หาไม่แล้วไหนเลยเค่อเอ๋อจะรู้ชื่ออีกฝ่ายได้?
ส่วนทำไมเค่อเอ๋อไม่ออก เขาย่อมคาดเดาได้เป็นธรรมดา ทั้งหมดเพราะเค่อเอ๋อไม่อยากให้เขาเป็นกังวล
“ดูเหมือนความทรงจำของเปี่ยวเม่ยจักฟื้นฟูกลับคืนมาแล้ว…อย่างน้อยๆก็จำเปี่ยวเกอผู้นี้ได้…”
(เปี่ยวเกอ = ลูกพี่ลูกน้องฝั่งแม่ที่เป็นผู้ชายและมีอายุมากกว่า)
เสียงที่ราวกับจะดังมาจากทุกทั่วสารทิศกังวานก้องฟ้ามาอีกครั้ง ขณะเดียวกันสองตาดั่งสารทฤดูของเค่อเอ๋อพลันหดหยีลง และหันไปมองจ้องยังทิศทางหนึ่งทันที
และความว่างเปล่ายังตำแหน่งนั้น ค่อยๆปรากฏเงาร่างพร่าเลือนหนึ่ง
ยิ่งมาร่างที่ว่าก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
เป็นชายหนุ่มในชุดสีคราม รูปร่างสูงสมส่วน ใบหน้าแลดูหล่อเหลา เส้นผมยาวสีเขียวเข้มถูกปล่อยสยายลงมาโดยไร้เส้นเชือกผูกรวบ
ด้วยมุมปากที่ยกขึ้นบางๆ เผยรอยยิ้มที่แลดูอย่างไรก็มิใช่ตัวดีประการหนึ่ง…
หากทว่ารอยยิ้มที่แลดูอย่างไรก็มิใช่ตัวดีนี้ ยามเมื่อมาปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาพร้อมร่างสูงสมส่วนในชุดหรู กลับให้ความรู้สึกราวกับมันคือคุณชายสูงศักดิ์จากตระกูลใหญ่ที่มีความหยิ่งทะนงถือดียากอาจเอื้อม พาลให้ดรุณีน้อยแรกรุ่นทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะบังเกิดความวาดหวังฝันหวานอยู่บ้าง…
ชายหนุ่มในชุดสีครามตั้งแต่ที่ปรากฏตัวออกมา สองตาของมันก็มองจ้องไปยังเค่อเอ๋อไม่วาง
วูบ!
สีหน้าท่าทีของต้วนหลิงเทียนย่อมเปลี่ยนไปทันใด เมื่อได้เห็นสายตาที่บุรุษชุดครามผู้นี้ใช้มองเค่อเอ๋อ
ฟุ่บ!