หลังจากนั้นหานเฉวี่ยไน่ก็รู้สึกทนกับทั้ง 2 ที่กอดกันกลมจนราวกับอยู่ในโลกส่วนตัวไม่ไหวอีกต่อไป จึงเป็นคนริเริ่มกล่าวทำลายความเงียบออกมา “ที่สำคัญเลยก็คือ…พี่ใหญ่หลิงเทียน ท่านให้ข้ายืมตัวพี่สาวเค่อเอ๋อมาสนทนนาประสาลูกผู้หญิงสักครู่ได้หรือไม่…”
วาจาของหานเฉวี่ยไน่ที่โพล่งออกมา ย่อมทำให้หน้าเค่อเอ๋อเปลี่ยนเป็นแดงก่ำทันที จึงลนลานหมายผละตัวออกจากร่างต้วนหลิงเทียนอย่างขวยเขิน
“เฉวี่ยไน่เจ้าให้ข้ามอบพี่สาวเค่อเอ๋อของเจ้าไปแบบนี้ ใช่เพราะคิดถามความลับในการยกระดับพลัง เพื่อเอาไปเพิ่มพูนพลังของเจ้าเร็วๆใช่หรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนเองพอรู้สึกตัวก็คลายวงแขนที่กอดเค่อเอ๋อออกทันที ก่อนที่จะหันไปหยีตากล่าวกับหานเฉวี่ยไน่เสียงดุ
แน่นอนว่าเขาไม่ได้โกรธหานเฉวี่ยไน่เพราะเรื่องนี้แม้แต่น้อย
อันที่จริงกล่าวไปตอนนี้เขาก็รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาไม่น้อย เพราะลองนึกไปเมื่อครู่เขาก็ทำราวกับเล่นฉากหวานชื่นอย่างพระเอกในละครกอดนางเอกตัวกลมต่อหน้าผู้คนมากมายอย่างไม่สนใจใคร…
“แหะๆ ไฉนพี่ใหญ่รู้มากนักเล่า…”
หานเฉวี่ยไน่ที่ถูกต้วนหลิงเทียนเปิดโปงความคิด อดไม่ได้ที่จะหัวเราะกลบเกลื่อนแก้เขิน
“เฉวี่ยไน่”