ถึงต้วนหลิงเทียนจะตอบไปแบบนั้น แต่อันที่จริงเขามั่นใจแค่ราวๆ 2-3 ส่วนเท่านั้น
ทั้งหมดเพียงแค่ให้เฉินอี้หรูวางใจ
“นายท่านมั่นใจถึง 6-7 ส่วนหรือ…”
เป็นธรรมดาว่าหลังได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน แม้จะยังกังวลแต่เฉินอี้หรูก็โล่งใจขึ้นไม่น้อย “นายท่าน ขอท่านจงมั่นใจข้าจะพาทุกคนหลบหนีออกไปให้พ้น และพาทั้งหมดกลับไปส่งถึงระนาบเซียนอย่างปลอดภัย!”
“เอาล่ะ”
ด้วยมีคำยืนยันจากเฉินอี้หรู ต้วนหลิงเทียนก็วางใจไปเปราะหนึ่ง
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
…
หากทว่าแทบจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่ต้วนหลิงเทียนรู้สึกโล่งใจไปเปราะหนึ่ง เขาพลันได้ยินเสียงแหวกฝ่าสายลมดังขึ้นถี่รัว ดึงดูดความสนใจเขาไปทันที
และเมื่อหันมองไปตามเสียงเขาก็อดไม่ได้ที่จะหน้าเปลี่ยนสี!
เพราะผู้ที่ก่อให้เกิดเสียงแหวกฝ่าสายลมดังกล่าว เป็นเหล่าเซียนอมตะเสเพล 7 ทัณฑ์และ 8 ทัณฑ์ของนิกายคุนหม่างและด่าน 9 เซียน!
พวกมันได้แยกย้ายกระจายตัว ออกไปปิดล้อมกลุ่มต้วนหลิงเทียนเอาไว้
‘ระยำ!’
เห็นฉากนี้สีหน้าต้วนหลิงเทียนไหนเลยยังอดเปลี่ยนสีไปไม่ได้
เพราะเขาเองก็มีคิดไว้แล้ว
ว่าถ้าเกิดพวกนิกายคุนหม่างกับด่าน 9 เซียนที่เหลือยังไม่เคลื่อนไหว ต่อให้เขาต้องปะทะกับชิงเย่และเทียนหมิงแต่อย่างน้อยๆก็น่าจะลากถ่วงพวกมันได้นานมากพอให้ทุกคนหนีไป…
ทว่าผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดกลับเกิดขึ้นแล้วจริงๆ พวกมันกลับให้คนมาปิดล้อมคนของเขาเอาไว้ตั้งแต่แรก!