ได้ยินคำบรรพบุรุษชิงเย่ สองตาต้วนหลิงเทียนหดหยีลง หลังตอบสนองด้วยคำ อ้อ อย่างเฉยเมยก็เอ่ยต่อว่า “คิดฆ่าข้ากับพวกชิงของ…อาศัยเจ้าคนเดียว ข้าเกรงว่ายังไม่พอ!”
ต้วนหลิงเทียนรู้ถึงพลังฝีมือของตัวเองในตอนนี้ดี
ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์ชนชั้นยอยดฝีมือ แม้อาจกล่าวได้ไม่เต็มปากว่าเอาชนะได้แน่ แต่กว่า 9 ส่วนย่อมรบพัวพันได้แน่นอน
เช่นนั้นถึงแม้จะรู้ว่าชายวัยกลางคนเป็นเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์เขาก็ไม่ได้หวั่นกลัวอะไร
วาจาแผ่วเบาราวสายลมพัด รวมทั้งทีท่าสงบเฉยเมยของต้วนหลิงเทียน ทำให้หลายคนรู้สึกเหนือคาดนัก
“ฟังจากที่ต้วนหลิงเทียนพูด…ดูเหมือนจะไม่ได้กลัวบรรพบุรุษชิงเย่แม้แต่น้อย!”
“ในฐานะเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์บรรพบุรุษชิงเยย่สมควรมียอดสมบัติสวรรค์…ต้วนหลิงเทียนเองก็สมควรรู้ หากแต่ยังคงสงบอยู่ได้ ย่อมหมายความว่าไม่กลัวบรรพบุรุษชิงเย่จริงๆ!”
“เซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์ที่มียอดสมบัติสวรรค์…นี่ใช่กำลังจักมีการต่อสู้ของตัวตนสูงสุดในระนาบโลกียะใช่หรือไม่?”
“เป็นแบบนั้นจริงๆ”
…
ฟังวาจาทั้งหลาย คล้ายทุกคนประหลาดใจไม่น้อยที่ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนยังสงบอยู่ได้ แต่อย่างไรเสียลึกๆแล้วหลายคนก็คิดว่าต้วนหลิงเทียนไม่น่าจะสู้บรรพบุรุษชิงเย่ได้
แน่นอนว่ายังมีหลายคนเชื่อว่าต้วนหลิงเทียนนั้นมีความมั่นใจในชัยชนะ เพราะทีท่าเปี่ยมล้นไปด้วยความเชื่อมั่นดังกล่าว