“ตอนต้วนหลิงเทียนฆ่าเซียนอมตะเสเพล 8 ทัณฑ์อันดับ 1 ของระนาบโหมหลัว ก็เผยพลังทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์ให้เห็น…”
“อีกทั้ง บรรพบุรุษชิงเย่จักมียอดสมบัติสวรรค์แล้วอย่างไร ตราบใดที่ต้วนหลิงเทียนใช้ออกด้วยค่ายกลกระบี่ผีสางนั่น ไม่พ้นต้องชิงยอดสมบัติสวรรค์จากมือบรรพบุรุษชิงเย่ได้แน่!”
“ข้าคิดว่าอย่างดีบรรพบุรุษชิงเย่ก็ได้แต่สู้ทัดเทียมกับต้วนหลิงเทียนเท่านั้น…เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาชนะต้วนหลิงเทียนได้”
“ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
…
คนเหล่านี้วิเคราะห์จากจุดแข็งต้วนหลิงเทียนที่เผยออกก่อนหน้า จึงค่อยสรุปว่าพลังฝีมือต้วนหลิงเทียนสมควรไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าบรรพบุรุษชิงเย่ อีกทั้งพวกมันยังเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นต่อต้วนหลิงเทียนนัก
นอกจากนี้ยังมีบางคนที่เป็นกลาง ไม่คิดว่าต้วนหลิงเทียนหรือบรรพบุรุษชิงเย่จะมีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
พวกมันให้ความสำคัญกับ ‘ผลลัพธ์’ มากกว่าการคาดเดา
และในขณะที่ทุกคนคิดว่าบรรพบุรุษชิงเย่สมควรมีโมโหเพราะวาจาเฉยเมยของต้วนหลิงเทียน และต้องลงมือจู่โจมต้วนหลิงเทียนทันทีแน่ๆนั้น…
เหตุไม่คาดฝันพลันเกิดขึ้น
“ก็จริง”
ทั้งหมดเห็นว่า บรรพบุรุษชิงเย่เพียงพยักหน้ารับด้วยทีท่าสงบ “พลังฝีมือของเจ้าต้วนหลิงเทียน ข้าได้รับทราบแล้ว เจ้ามิได้ด้อยไปกว่าข้าแน่นอน…ลำพังข้าทำไม่ได้จริงๆ”
“หากกข้าปะทะกับเจ้าอย่างดีพวกเราก็คงทำได้แค่เสมอกัน”
บรรพบุรุษชิงเย่พูดออกมาตรงๆ