กล่าวถึงประโยคท้าย ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมาเบาๆ
“ทั้งหมดเพราะในห้องสืบมรดกมีข้าคนเดียวที่เป็นผู้ฝึกกระบี่มากกว่า…พอดีกับต้าหลัวจินเซียนที่ทิ้งมรดกนี้ไว้เป็นเซียนกระบี่ ข้าเลยได้รับมันไป…”
ขณะที่ซูหลี่พูดถึงจุดนี้ก็ หยุดลงค่อยมองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าได้ยินอาวุโสจื่อกล่าวแล้ว ว่าเจ้าพึ่งจะมาถึงที่นี่ได้ไม่นาน ว่าแต่ไฉนเจ้าถึงได้พึ่งมาเล่า? หากเจ้ามาเร็วกว่านี้…มรดกต้าหลัวจินเซียนคงไม่ตกมาถึงมือข้าหรอก”
“เพราะยังไงเจ้าเองก็เป็นผู้ฝึกกระบี่…ข้าเชื่อว่ามรดกต้าหลัวจินเซียนต้องรีบเลือกเจ้าก่อนข้าแน่นอน”
ซูหลี่กล่าว
“เรื่องนี้…บางทีอาจเป็นเพราะโชคชะตาล่ะมั้ง…”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มกล่าวว่า “อันที่จริงพอข้าลองมองย้อนกลับไป ข้ารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องดีมากกว่าที่ข้าไม่ใช่คนที่ได้รับสืบทอดมรดกต้าหลัวจินเซียนคราวนี้ไป…เพราะสุดท้ายแล้วข้าเองก็ได้รับมรดกจากคนอื่นมาก่อน ถ้าเกิดข้าดันไปรับมรดกต้าหลัวจินเซียนขึ้นมาไม่พ้นข้าก็ต้องไปเข้าร่วมกับขุมพลังของค้าหลัวจินเซียนผู้นั้น ถึงตอนนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นข้าทำผิดต่อผู้อาวุโสที่ข้ารับสืบทอดมรดกมาแต่แรกหรือไร?”
ในใจต้วนหลิงเทียนได้ยึดถือเซียนกระบี่ฟงชิงหยางที่ทิ้งยอดใจกระบี่เอาไว้เป็นอาจารย์มาแต่ไหนแต่ไร
นอกจากฟงชิงหยางแล้ว เขาย่อมไม่คิดรับใครอื่นเป็นอาจารย์
“เจ้าก็เป็นเหมือนเคย…ใจกว้างตลอด”
ซูหลี่ยิ้ม