ชายชราคลี่ยิ้มเล็กน้อยค่อยหันไปมองกล่าวกับซูหลี่ว่า “อาวุโสซูหลี่หากท่านมิรังเกียจที่จักแนะนำสหายให้พวกเรารู้จัก ข้าเองก็คิดอยากเป็นฝ่ายไปทำความรู้จักครึ่งก้าวเซียนอมตะที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เคยพบพานดู”
ฟังจากวาจาของชายชราเห็นได้ชัดว่ามันคิดผูกมิตรกับต้วนหลิงเทียน
“เป็นธรรมดาว่าอาวุโสซูหลี่ท่านมั่นใจได้…หลังได้ทำคามรู้จักกับสหายท่านแล้ว ข้ากับนังหนูหยวนเจี๋ยจักให้เวลาสหายเก่าได้พบปะสนทนากันจนเบื่อ โดยไม่คิดรบกวนแต่อย่างใด”
ชายชราเร่งกล่าวเสริมออกมา ด้วยกลัวซูหลี่เข้าใจผิดว่าพวกมันคิดไปร่วมวงการพบปะของสหายเก่าอะไรแบบนั้น
“ข้าย่อมไม่รังเกียจ”
ซูหลี่ส่ายหน้าไปมา จากนั้นก็เหินร่างนำเริ่นหยวนเจี๋ยและชายชราชุดเทาไปหาต้วนหลิงเทียนทันที พริบตาทั้ง 3 ก็บรรลุถึงงเบื้องหน้ากลุ่มต้วนหลิงเทียน
‘หืม?’
ต้วนหลิงเทียนที่รออยู่ ตอนแรกก็คิดว่าซูหลี่จะมาคนเดียว แต่ไม่คิดว่าจะพาอีก 2 คนมาด้วย
หนึ่งในนั้นยังเป็นคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้าอีกด้วย
ในสายตาของต้วนหลิงเทียน
เริ่นหยวนเจี๋ยนั้นเป็นพวกตีชิงตามไฟ…
เป็นธรรมดาที่ต้วนหลิงเทียนจะอคติแบบนี้ เพราะอย่างไรซูหลี่ก็เป็นเพื่อนแท้ของเขา
แต่เริ่นหยวนเจี๋ยผู้นั้นกลับตีชิงตามไฟ ฉวยโอการตอนซูหลี่ถูกจิตมารครอบงำ จึงเลือกขจัดจิตมารให้ซูหลี่แลกกับอิสรภาพซูหลี่ถึง 100 ปี