หากเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเพื่อนแท้ของเขาอย่างซูหลี่ เขาคงคิดว่ามันเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมและยุติธรรม
แต่เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวมันเกิดกับเพื่อนเขา แน่นอนว่าเขาย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดา!
“ซูหลี่ เจ้าพานางมาทำอะไร?”
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วกล่าวถาม พลางมองจ้องไปยังเริ่นหยวนเจี๋ยตาขวาง
“ต้วนหลิงเทียน เจ้าใจเย็นก่อน…ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็นทาสกระบี่นางอีกแล้ว ดังนั้นเจ้าไม่ต้องมองขู่นางขนาดนั้นหรอก…”
ซูหลี่กล่าวพลางหัวเราะออกมา
อย่างไรก็ตามแม้ปากจะพูดไปแบบนั้น แต่พอเห็นสหายเป็นเดือดเป็นร้อนแทน มันก็ยังรู้สึกซาบซึ้งในใจอยู่ไม่น้อย
เพราะสุดท้ายแล้วเรื่องระหว่างมันกับเริ่นหยวนเจี๋ย หากเอาไปเล่าให้ใครฟัง คนอื่นก็คิดว่ามันเป็นข้อตกลงที่ยุติธรรมแล้ว
เพราะสุดท้ายหากจะพูดกันตรงๆ ข้อตกลงนี้ก็เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ…
“หือ? เจ้าว่าไงนะ?”
ได้ยินคำของซูหลี่ต้วนหลิงเทียนก็ผงะไปเล็กน้อย
หลังจากนั้นซูหลี่ก็เริ่มอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ต้วนหลิงเทียนฟังทั้งหมดอย่างไม่มีอะไรปิดบัง
“ดังนั้นตอนนี้ข้าเลยกลายเป็นอาคันตุกะอาวุโสของวังเซียนหยวนไปแล้วน่ะ”
หลังได้บอกต้วนหลิงเทียนถึงตื้นลึกหนาบางของเรื่องราว ซูหลี่ก็เผยยิ้มออกมา
และเมื่อได้ฟังคำอธิบายของซูหลี่ อคติที่มีต่อเริ่นหยวนเจี๋ยของต้วนหลิงเทียนก็หายไปทันที