ถึงแม้ซูหลี่จะยังคงยึดถือคำมั่นพิทักษ์วังเซียนหยวน 100 ปีไม่แปรเปลี่ยน แต่การได้กลายเป็นอาคันตุกะอาวุโสของวังเซียนหยวน ก็ย่อมดีกว่าเป็นทาสกระบี่สตรีนางหนึ่งเป็นไหนๆ สองเรื่องนี้เรียกว่าต่างกันคนละโลก!
“ไม่ทราบอาวุโสท่านนี้มีนามว่าอะไรหรือ?”
สายตาต้วนหลิงเทียนพลันหันไปจับจ้องชายชราชุดเทาเบื้องหลังซูหลี่ และคราวนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้พินิจอีกฝ่ายจริงๆจังๆ
มาตอนนี้เขาย่อมรับทราบแล้วว่าที่ซูหลี่เปลีย่นสถานะจากทาสกระบี่กลายเป็นอาคันตุกะอาวุโสของวังเซียนหยวนได้ ล้วนเป็นเพราะชายชราเบื้องหน้าคนเดียว
การตัดสินใจของชายชราไม่เพียงปกป้องศักดิ์ศรีของซูหลี่ แต่ยังชนะใจซูหลี่อีกด้วย
เขาย่อมรู้จักนิสัยของซูหลี่เป็นอย่างดี จึงรู้ได้ไม่ยากว่าซูหลี่ต้องตื้นตันใจกับการจัดการของชายชราแน่นอน
กระทั่งหากเขาเป็นซูหลี่เองก็คงมีตื้นตันกันบ้าง ถึงแม้จะมองเจตนาที่แท้จริงออกก็ตาม
ดังนั้นเขาไม่เพียงแต่รู้สึกว่าชายชราผู้นี้มีพลังฝึกปรือสูงล้ำ วิสัยทัศน์ยังไม่ใช่ชั่วอีกด้วย
กล่าวได้ว่าวิธีรับมือกับซูหลี่นั้น ชายชราได้เลือกหนทางที่ดีที่สุดแล้วจริงๆ
“ข้าเรียกว่า เซียนหยวนจื่อ…น้องหลิงเทียน นามกระเดื่องเลื่องลือของเจ้าข้าเองก็ได้ยินมานานแล้ว”
เผชิญหน้ากับคำถามของต้วนหลิงเทียน ชายชราขอบเขตเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์ แห่งวังเซียนหยวน เซียนหยวนจื่อ ก็กล่าวตอบออกมาด้วยรอยยิ้มแจ่มใส