เซียนหยวนจื่อยิ้มให้จางยี่บางๆ ก่อนที่จะหันไปพูดกับต้วนหลิงเทียนด้วยรอยยิ้มฉีกกว้าง “เอาล่ะ…น้องหลิงเทียนข้ากับนังหนูหยวนเจี๋ยไม่อยู่รบกวนเจ้ากับอาวุโสซูหลี่แล้ว”
“อาวุโสซูหลี่ พวกเรามิได้รีบร้อนอันใด…ท่านกับน้องหลิงเทียนค่อยๆรำลึกความหลังกันเถอะ”
ก่อนจากไปพร้อมเริ่นหยวนเจี๋ย เซียนหยวนจื่อย่อมไม่ลืมหันไปกล่าวบอกซูหลี่
“เอาล่ะ”
ซูหลี่พยักหน้า
ต้วนหลิงเทียนกับซูหลี่ไม่ได้เจอกันนานปีดีดักแล้ว พอเริ่มสนทนาก็เสมือนเปิดทำนบกันน้ำ วาจาทะลักทลายออกมาดั่งน้ำท่วมทุ่ง ยากจะหยุดยั้งลงได้
เรียกว่าถามไถ่เรื่องราวที่ผ่านกันมากมายอย่างออกรส
ในบทสนทนาย่อมเป็นเรื่องการเดินทาง ทั้งการผจญภัยที่พานพบผ่านมาตลอดหลายปีที่ผ่าน
ซูหลี่ย่อมประหลาดใจกับประสบการณ์ที่ผ่านมาของต้วนหลิงเทียนไม่น้อย กระทั่งบางจุดยังอดหวาดเสียวจนเหงื่อท่วมไม่ได้ แม้จะเห็นว่าต้วนหลิงเทียนอยู่ตรงหน้าและเรื่องร้ายใดๆสมควรกลายเป็นดีไปหมดแล้ว แต่มันยังอดไม่ได้ที่จะกังวลและหวั่นใจแทนต้วนหลิงเทียนจริงๆ
ส่วนด้านต้วนหลิงเทียนพอได้ฟังการเดินทางของซูหลี่และประสบการณ์ที่พบเจอ ช่วงแรกๆเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ
แต่พอได้รู้ว่าซูหลี่เป็นคนสังหารกระบี่ที่ 13 ผู้เป็นอาจารย์ด้วยสองมือตัวเองขณะถูกจิตมารครอบงำ ต้วนหลิงเทียนก็รับรู้ถึงความปวดปร่าใจของซูหลี่ได้ทันที…