“ผู้อาวุโส…ท่านคิดว่าข้าซูหลี่เป็นคนเนรคุณคิดตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้นงั้นหรือ?”
เสียงตอบซูหลี่หลังได้ยินคำถามของชายชราครานี้ แข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย
“ซูหลี่”
สีหน้าเริ่นหยวนเจี๋ยเปลี่ยนไปมหันต์
ซูหลี่ผู้นี้หาญกล้าถือดีและทะนงตัววต่อหน้าบรรพบุรุษผู้เฒ่าของววังเซียนหยวนงั้นหรือ! นี่มันไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วรึไร?!
ต้องทราบด้วยว่ากระทั่งจ้าววังเซียนหยวนคนปัจจุบัน ต่อหน้าท่านบรรพบุรุษผู้เฒ่ายังต้องให้ความเคารพนอบน้อม ไม่กล้าละเลยท่าทีปฏิบัติแม้แต่น้อย!
ทว่าตอนนี้คนที่พึ่งหลุดจากสถานะทาสกระบี่ของนางมาหยกๆ กล้าที่จะทำตัวก้าวร้าวต่อหน้าบรรพบุรุษผู้เฒ่า?
เริ่นหยวนเจี๋ยรู้สึกว่าหนังศีรษะกลายเป็นด้านชาขึ้นมาพิกล
“ฮ่าๆๆๆๆ!!!”
อย่างไรก็ตามชายชราชุดเทาไม่ได้มีโมโหอะไรอย่างที่เริ่นหยวนเจี๋ยจินตนาการ ยังระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังร่า ค่อยกล่าวสืบต่อว่า “อย่างที่คิด! ประเสริฐ นับว่าเจ้าประเสริฐนัก! พ่อหนุ่มซูหลี่…เจ้าไม่เพียงยึดถือสัจจะยังเป็นคนกตัญญูรู้คุณอย่างหาได้ยากยิ่งนัก!!”
ชายชรากล่าวออกมาราวกับจะคาดไว้แล้วว่าซูหลี่ต้องปฏิเสธ
“ท่านบรรพบุรุษผู้เฒ่า…”
เริ่นหยวนเจี๋ยเองก็ตกตะลึงไปไม่น้อย เมื่อได้เห็นบรรพบุรุษผู้เฒ่าวังเซียนหยวนของนางคล้ายรู้ว่าซูหลี่ต้องปฏิเสธแต่แรก
อย่างไรก็ตามในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าซูหลี่ต้องปฏิเสธเรื่องนี้ แล้วไฉนถึงให้นางปลดปล่อยซูหลี่จากการเป็นทาสกระบี่เล่า?