นางไม่เข้าใจ
“ในเมื่อยามนี้ตัวเจ้าก็มิอาจเป็นทาสกระบี่ของหยวนเจี๋ยได้อีก…กระทั่งกล่าวไปการให้เจ้าเป็นทาสกระบี่ยังนับว่าดูถูกเจ้าเกินไป! เช่นนั้นในเมื่อเจ้ามีคำมั่น 100 ปีที่ให้ไว้ คราวนี้ให้ข้าในฐานะบรรพบุรุษผู้เฒ่าของวังเซียนหยวน กล่าวเชิญเจ้าเป็นอาคันตุกะอาวุโสของวังเซียนหยวนข้าและคอยปกปักพิทักษ์วังเซียนหยวนข้าเป็นเวลา 100 ปีเล่า…เจ้าคิดเห็นเป็นอย่างไร?”
หลังกล่าวถามจบคำ ชายชราไม่ลืมที่จะกล่าวเสริมต่ออีกว่า “แน่นอนที่ข้ากล่าวหมายถึงวังเซียนหยวนในระนาบโลกียะเท่านั้น…มิเกี่ยวข้องอันใดกับวังเซียนหยวนในระนาบเทวโลก”
“เรื่องนี้ข้าทำได้”
คราวนี้ซูหลี่ตอบรับคำชวน
เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ละเมิดหลักการของมัน
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเทียบกับการเป็นทาสกระบี่แล้วการได้เป็นอาคันตุกะอาวุโสของวังเซียนหยวน ในระดับหนึ่งก็ถือว่ามีหน้ามีตากว่ากันมาก!
‘ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดจริงๆ…’
เริ่นหยวนเจี๋ยที่อยู่ข้างๆชายชรา อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจหลังได้ยินคำชวนรอบนี้
เห็นได้ชัดว่านางเองก็ตระหนักได้…
ว่าลักษณะและทัศนของซูหลี่ตอนนี้มันแตกต่างกับตอนแรกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
อย่างแรกนั้นไม่ต่างอะไรกับวังเซียนหยวนได้รับหุ่นเชิดมาตัวหนึ่ง
ทว่าอย่างหลังนั้น เกรงว่าคงพลีกายถวายเลือดเนื้อแล้ว!