เห็นฉากดังกล่าวซูหลี่อดไม่ได้ที่จะย่นคิ้วเป็นปม
“ซูหลี่…”
ไม่รอให้ชายชราต้องกล่าวอะไร เริ่นหยวนเจี๋ยชิงกล่าวออกมาด้วยตัวเอง “ครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเจ้าที่ผิดคำพูด แต่เป็นข้าที่เลือกปลดปล่อยเจ้าจากการเป็นทาสกระบี่ด้วยตัวเอง…ดังนั้นเจ้าไม่ต้องรู้สึกผิดหรือติดค้างอะไรในใจหรอก”
“แบบนี้มัน…”
ซูหลี่มองไปยังเริ่นหยวนเจี๋ยด้วยสีหน้าราวกับพึ่งเคยพบเจอเริ่นหยวนเจี๋ยเป็นครั้งแรก
เพราะตอนที่ได้พบกันครั้งแรก ซูหลี่รู้ได้ทันทีว่านางไม่ใช่คนใจดี
‘ดูเหมือนว่าที่นางยอมทำแบบนี้ ไม่พ้นต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ข้าสืบทอดมรดกต้าหลัวจินเซียนรวมถึงชายชราจากวังเซียนหยวนคนนี้เป็นแน่’
ซูหลี่เองย่อมคาดเดาเรื่องนี้ได้ไม่ยาก
“ดี!”
ชายชราพยักหน้ารับคำด้วยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ ค่อยหันมามองซูหลี่เอ่ยถามว่า “ซูหลี่ข้าคิดชวนเจ้าให้เข้าร่วมกับวังเซียนหยวนของพวกเรา…เจ้าเห็นด้วยหรือไม่?”
‘ดั่งที่คิด…’
ซูหลี่ที่ตระหนักได้แต่แรกว่าเรื่องราวคงไม่ง่ายดายอะไรแบบนั้นแน่ พอได้ยินคำถามของชายชราจึงรู้ได้ทันทีว่าตัวเองเดาถูก
ที่ชายชราผู้นี้เอ่ยปากบอกให้เริ่นหยวนเจี๋ยปลดปล่อยตัวจากฐานะทาสกระบี่
ทั้งหมดเป็นเพราะอีกฝ่ายคิดชักชวนให้เข้าร่วมกับวังเซียนหยวน!
ประหนึ่งคิดผูกมัดตัวเองไว้กับเรือลำที่เรียกว่าวังเซียนหยวน!!