เริ่นหยวนเจี๋ยพยักหน้า “พลังฝีมือของมันเดิมทีอ่อนด้อยกว่าข้ามาก…แต่หลังจากที่มันรับสืบทอดมรดกของต้าหลัวจินเซียนไปแล้ว พลังฝีมือของมันไม่เพียงตามข้าได้ทัน กระทั่งยังก้าวล้ำเหนือข้าไปอีกด้วย!”
ได้ยินคำของเริ่นหยวนเจี๋ยสองตาชายชราที่ใช้มองซูหลี่ก็กลายเป็นร้อนแรงพลางถามออกมาด้วยคำถามที่เหนือความคาดหมายอยู่บ้าง “พ่อหนุ่ม…เนื่องจากเจ้าได้รับสืบทอดมรดกต้าหลัวจินเซียนไปแล้ว จนพลังฝีมือเจ้ามิได้อ่อนด้อยกว่าเริ่นหยวนเจี๋ยอีกต่อไป…ไฉนเจ้ายังยอมกระทำตามคำพูดว่าจักเป็นทาสกระบี่ของนางอยู่อีกเล่า?”
“ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ ข้ายอมตายไม่ยอมผิดคำพูด…”
ได้ยินคำถามของชายชรา ซูหลี่เพียงกล่าวตอบออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เรียกว่าทันทีที่ซูหลี่กล่าวตอบออกมาแบบนี้ กระทั่งเริ่นหยวนเจี๋ยก็อดไม่ได้ที่จะสะท้านไปเล็กน้อย
“ประเสริฐ! ประเสริฐยิ่ง! ช่างเป็นคนหนุ่มที่ยึดถือสัจจะนัก!!”
ได้ยินคำตอบของซูหลี่ชายชราอดไม่ได้ที่จะกล่าวชมออกมาอย่างไร้ความลังเล จากนั้นค่อยหันไปมองเริ่นหยวนเจี๋ยกล่าวว่า “นังหนูหยวนเจี๋ยครั้งนี้ข้าขอจัดการเรื่องนี้เอง…หลังจากนี้เป็นต้นไปซูหลี่จักมิใช่ทาสกระบี่ของเจ้าอีกต่อไป!”
“เรื่องนี้เจ้ายอมรับได้หรือไม่?”
ชายชรากล่าวถามออกมา
“ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ท่านบรรพบุรุษจะตัดสิน”
แม้เริ่นหยวนเจี๋ยจะผงะไปเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็เร่งพยักหน้าเห็นด้วยกับชายชราอย่างเชื่อฟัง
“คุณหนู ท่าน…”