ต้วนหลิงเทียนที่ลอยร่างเหม่อมองเรื่องราวอย่างสงบไปพักหนึ่ง ในที่สุดสองตาก็กลับมากระจ่างใสได้สติ หันไปกวาดตามองถามผู้คนโดยรอบที่ยังเงียบงันไม่ไปไหนด้วยน้ำเสียงเฉยเมยไร้แยแส
และทันทีที่ได้ยินคำถามดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน ทุกคนก็ได้แต่เผยรอยยิ้มเจื่อนๆออกมา
ข้องใจ?
คุณชายท่านตลกหรือ! จังหวะนี้ยังมีผู้ใดหาญกล้าข้องใจท่านอีก?!
เซียนอมตะเสเพลจากระนาบคงสิงหายวับไปกับตาให้เห็นเป็นเยี่ยงอย่าง ท่านคิดว่าพวกเราเบื่อชีวิตกันขนาดนั้นเลยหรือไร…คิดช่วงชิงดาบกับท่าน ใยไม่ต่างคิดชิงเนื้อจากปากเสือ?
ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนในที่นี้ไม่มีแม้แต่ตัวตนขอบเขตเซียนอมตะเสเพล 7 ทัณฑ์ ที่ท่านพึ่งฆ่าไปได้อย่างง่ายดายคล้ายไม่หนักแรงอะไร!!
“มะ…ไม่ พวกเราไม่มีใดขัดข้อง!”
ไม่นานก็มีคนที่คืนสติเร่งกล่าวตอบต้วนหลิงเทียนกลับไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ “คุณชายต้วนท่านเป็นผู้เดียวที่คู่ควรกับดาบเซียนอมตะเล่มนั้น…เช่นนั้นเชิญคุณชายต้วนรับมันไปเถอะ!”
“ใช่แล้วคุณชายต้วน มีเพียงยอดคนอย่างท่านเท่านั้นที่คู่ควร พวกเราไหนเลยจะคิดช่วงชิงกับท่านได้!”
“คุณชายต้วนหากท่านไม่เอาไป ในที่นี้ยังจะมีผู้ใดมีคุณสมบัติพอใช้มันอีกเล่า…”
….
เมื่อมีคนริเริ่มกล่าวประจบต้วนหลิงเทียน เซียนอมตะเสเพลหลายคนก็เริ่มประสานมือกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสอพลอกันซึ่งๆหน้า ด้วยใบหน้าแย้มยิ้มไร้ซึ่งยางอายใดๆ
“เฉวี่ยไน่ จางยี่ พวกเราไปกันต่อเถอะ…”