ต้วนหลิงเทียนไม่ได้แยแสอะไรกับทีท่าวาจาประจบสอพลอทั้งเยินยอของผู้คนโดยรอบ เพียงหันไปมองหานเฉวี่ยไน่กับจางยี่ พลางกล่าวชวนออกมา
หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนก็เหินร่างนำทั้ง 2 คนจนหายลับไปจากสายตาทุกคน แน่นอนว่าทิศทางที่เขาเหินจากไปก็เป็นทิศทางเดียวกันกับทิศทางที่เข็มทิศชี้บอก
ส่วนคนอื่นๆนั้นหลังจากมองส่งแผ่นหลังพวกต้วนหลิงเทียน จนทั้ง 3 หายลับฟ้าไปแล้ว พวกมันจึงค่อยดึงสติให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวได้อีกครั้ง…
“เฮ่อ…ต้วนหลิงเทียนผู้นี้ ไฉนถึงได้น่ากลัวนักเล่า?”
เซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์คนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยท่าทางหวาดกลัวไม่หาย “อาศัยพลังฝีมือของมัน เกิดคิดลงมือกับพวกเราขึ้นมา…ข้าเกรงว่าต่อให้พวกเราจะมีคนมากกว่านี้อีกเท่าตัว ก็ไม่พ้นถูกป่นร่างดับสูญในกระบวนท่าเดียว…”
“นั่นมันแน่อยู่แล้ว…เมื่อครู่เซียนอมตะเสเพล 7ทัณฑ์ดับอนาถเพียงไหนยังมีผู้ใดไม่เห็น?”
“ให้ตายเถอะ ในข่าวที่ลือกัน…เซียนอมตะเสเพลที่มันฆ่าไปไม่ได้มียอดสมบัติสวรรค์ในมือด้วยซ้ำ! ทว่าคราวนี้กระทั่งเซียนอมตะเสเพล 7 ทัณฑ์ที่มีดาบเซียนอมตะจนสมควรมีพลังทัดเทียมกับเซียนอมตะเสเพล 8 ทัณฑ์ยังตาย!!”
“แถมตัวตนระดับนั้นยังถูกฆ่าตายโดยไร้ซึ่งหนทางต่อต้าน…เหอะๆๆ”
“มันใช้วิธีผีสางอันใดกันแน่ ถึงได้ช่วงชิงอาวุธของผู้อื่นไปได้แบบนั้น? กระทั่งยังฉกดาบเซียนอมตะออกไปจากมือเซียนอมตะเสเพล 7 ทัณฑ์ได้หน้าตาเฉย!ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่ง!!”