“นั่นย่อมไม่”
จางยี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวตอบออกมา หากแต่หลังจากนั้นก็ได้แต่ยิ้มพลางส่ายหัว “บรรลุถึงครึ่งก้าวเซียนอมตะไม่ใช่เรื่องยาก…แต่เวทย์พลังอย่าง 13 กระบี่บงกชฟ้า คิดบรรลุถึงกระบี่ที่ 5 ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ข้าคงต้องศึกษาตีความมันอีกนาน”
ในเรื่องนี้จางยี่ยังรู้ความสามารถของตัวเองดี
“ก็ไม่ใช่เจ้าบอกเองรึไง…ว่าโลกกว้างใหญ่ไพศาลไหนเลยจะไม่มีที่ให้เจ้า อย่างมากเจ้าก็แค่ปลีกวิเวกบ่มเพาะพลังตีความเวทย์พลัง 13 กระบี่บงกชฟ้าให้สำเร็จถึงกระบี่ที่ 5 เสียก่อนแล้วค่อยย้อนกลับไปสำนักเทียนซือก็ได้ ถึงตอนนั้นอาวุโสในสำนักไหนเลยจะเอาความเรื่องเจ้ามีส่วนกับการตายของจางอวิ๋นเฟยอีก…”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาอีกครั้ง
“ก็นะ…ตอนนี้ก็คงเหลือแต่ทำแบบเจ้าว่า”
จางยี่พยักหน้า
ตอนนี้มันไม่มีทางเลือกอื่น
“พี่ใหญ่หลิงเทียน…นังบ้าหลิ่วเสวียนั่นทำเกินไปแล้วจริงๆ ข้าไม่คิดเลยว่านางจะชั่วร้ายได้ขนาดนี้!!”
ตอนนี้เองหานเฉวี่ยไน่พลันกล่าวกับต้วนหลิงเทียนออกมาด้วยโทสะ
“ข้าเองก็คิดไม่ถึง…ว่านางจะทำอะไรแบบนั้น”
ได้ยินคำของหานเฉวี่ยไน่ ต้วนหลิงเทียนก็นึกถึงหลิ่วเสวียขึ้นมา สองตายังเริ่มฉายแววเยียบเย็น
ตอนที่ได้พบกับหลิ่วเสวียครั้งแรก เขาเห็นว่านางเองก็เป็นคนดีไม่น้อย ถึงขั้นออกหน้าให้คนที่ไม่รู้จักอย่างเขา โดยไม่สนความเห็นของครึ่งก้าวเซียนอมตะในกลุ่ม