คาดไม่ถึงว่าคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจที่นางกล่าวจะเป็นตัวนางเองที่กระทำ!
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ใบหน้าต้วนหลิงเทียนพลันเคร่งขึ้น สองหมัดยังกำแน่น
เจอหลิ่วเสวียอีกทีเมื่อไหร่ เขาไม่ปราณีนางแน่!
“ตอนนี้ข้าเกรงว่าด้านนอกสมบัติสถาน คงมีเซียนอมตะเสเพลมาดักรอไม่น้อย…”
จางยี่เองก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาเสียงเครียด แววตายังฉายความหวั่นใจทั้งกังวลออกมาแจ่มชัด
หานเฉวี่ยไน่พยักหน้าลง นางเองกก็คิดเหมือนกัน
ตอนนี้ในเมื่อหลิ่วเสวียเอาเรื่องราวไปโพทนาเกรงว่าคงไม่ใช่แค่จางอวิ๋นเฟยกับคนอื่นๆที่ได้รับข่าวจนมาที่นี่เท่านั้น เหล่าเซียนอมตะเสเพลทั้งหลายก็คงมาด้วยไม่น้อย
เพียงแค่พวกมันไม่อาจเข้ามมาในสมบัติสถานระดับสวรรค์ได้ จึงต้องดักรออยู่หน้าปากทางเข้า…
“ไปกันต่อเถอะ”
ต้วนหลิงเทียนคร้านจะพูดถึงเรื่องนี้ให้มากมายสืบต่อ หันไปชวนจางยี่กับหานเฉวี่ยไน่ให้ไปลุยด่านทดสอบที่เหลือ
เรื่องที่ตอนนี้สมควรมีเซียนอมตะเสเพลมาดักรอด้านนอกดั่งเฝ้าหน้าโพรงกระต่าย เขาคิดได้ตั้งแต่เห็นกลุ่มคนปรากฏตัวในโถงพระราชวังแล้ว
เพียงแค่ในเมื่อเรื่องราวมันบานปลายมาถึงจุดนี้ เขาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้สืบไป
สิ่งที่เขาพอจะทำได้ตอนนี้ก็มีแต่ยกระดับพลังฝีมือของตัวเองให้สูงขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะออกไปจากสมบัติสถานระดับสวรรค์ เพื่อให้มีพลังมากพอต้านทานเหล่าฝูงหมาป่าโหยหิวที่คอยท่าอยู่ด้านนอก…