“อัสนีบาตพิฆาตเซียนอมตะที่ข้าใช้…ในแง่พลังมันเทียบได้กับเซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์แล้วแท้ๆ…”
มองไปยังร่างต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง ตอนนี้แวววตาของจางอวิ๋นเฟยเต็มไปด้วยสีสันอันน่าทึ่ง แลดูเหมือนมันจะไม่อาจยอมรับความจริงตรงหน้าได้…
“เหอะ!”
ได้ยินคำของจางอวิ๋นเฟย จางยี่อดพ่นลมสถกล่าวคำเยาะออกไปไม่ได้ “ต้วนหลิงเทียน…กระทั่งเซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์ที่แท้จริงยังฆ่าได้…นับประสาอะไรกับครึ่งก้าวเซียนอมตะที่มีพลังทัดเทียมอย่างเจ้า!”
จางยี่ยังจดจำฉากที่ต้วนหลิงเทียนเข่นฆ่าสังหารเซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์ ที่ยอดเขาอันมีกระดิ่งห้อยแขวนอยู่ได้ชัดถนัดตา ว่ามันช่างง่ายดายถึงเพียงไร…
ดังนั้นมันจึงไม่ได้แปลกใจอะไรที่เห็นต้วนหลิงเทียนทำลายกระบวนท่าของจางอวิ๋นเฟยได้ในกระบี่เดียว
“อะ…อะไร!?”
“มะ…มันฆ่าได้กระทั่งเซียนอมตะเสเพล 5 ทัฑณ์!?”
จางยี่กล่าววไม่ทันจบคำดี จางอวิ๋นเฟยก็โพล่งออกมาด้วยความตื่นตระหนก ยังหันไปมองต้วนหลิงเทียนอย่างไม่รู้ตัว
มันไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลย
ว่าชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้าจะร้ายกาจขนาดนี้
‘ให้ตายเถอะ!’
‘สารเลวตัวไหนมันเอาเรื่องสมบัติสถานระดับสวรรค์ของเซียนกระบี่บงกชฟ้าหลี่ไป๋ออกมาโพทนากัน มันดันไม่กล่าวบอกให้ละเอียดว่าต้วนหลิงเทียนจากระนาบเซียนคนนี้ ฆ่าได้กระทั่งเซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์!’
‘สารเลว! ระยำเอ๊ย!!’
จางอวิ๋นเฟยรู้ตัวดีว่าไม่อาจตอแยต้วนหลิงเทียนได้สืบไป