หากจะถามว่าถ้าตอนแรกจางยี่กล่าวเรื่องนี้ออกมามันจะเชื่อหรือไม่ แน่นอนว่ามันตอบได้เต็มปาก…ว่าไม่เชื่อ!
แต่ตอนนี้มันไม่อาจไม่เชื่อ!
“ว่าแต่ทำไมเจ้าถึงรู้ตำแหน่งที่นี่ได้…แถมยังรู้ทันทีที่ข้าหยิบกระบี่เซียนอมตะออกมาอีกว่าข้าคือต้วนหลิงเทียนจากระนาบเซียน แม้แต่ชื่อข้าเจ้าก็พูดออกมาไม่ผิดแม้ครึ่งคำ เจ้าไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน?”
สองตาต้วนหลิงเทียนฉายแววแหลมคม มองจี้ถามจางอวิ๋นเฟยเสียงขรึม
ถึงแม้ในใจเขาจะพอเดาได้บ้างแล้ว หากแต่ยังต้องการฟังคำยืนยันจากปากกจางอวิ๋นเฟย
ก่อนหน้านี้ตอนที่ต้วนหลิงเทียนถาม จางอวิ๋นเฟยกลับเพิกเฉยทำเป็นไม่สนใจ
ตอนนี้พอมาได้ยินต้วนหลิงเทียนถามออกอีกครั้ง และได้เห็นพลังอันน่ากลัวของต้วนหลิงเทียนมากับตา จางอวิ๋นเฟยย่อมไม่กล้าละเลยเร่งกล่าวตอบออกมาทันที
“ข้าไปได้ยินข่าวลือมา ว่าสถานที่แห่งนี้มีสมบัติสถานระดับสวรรค์ที่ต้าหลัวจินเซียนทิ้งไว้…แถมต้าหลัวจินเซียนคนนั้นยังเป็นเซียนกระบี่บงกชฟ้าหลี่ไป๋จากระนาบเหยียนหวงของพวกเรา…”
“ในข่าวลือดังกล่าวยังบอกไว้อีกด้วยว่าตอนนี้ในสมบัติสถานสมควรมีคนกำลังฝ่าด่านอยู่ 3 คน และมียอดสมบัติสวรรค์ในครอบครองทุกคน…ในบรรดา 3 คนที่ว่าก็มีจางยี่จากระนาบเหยียนหวง ต้วนหลิงเทียนจากระนาบเซียน และหานเฉวี่ยไน่จากระนาบเซียน…”
จางอวิ๋นเฟยย่อมไม่กล้าปกปิดอะไร เพียงกล่าวบอกออกมาตามตรง
“ต้องเป็นฝีมือหลิ่วเสวียแน่! นังผีบ้านั่นช่างกล้านัก!!”