ได้ยินคำของจางยี่ ชายหนุ่มในชุดขาวนามจางอวิ๋นเฟยอดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้ม “อะไร…หรือว่าเจ้ากำลังกลัวเพราะเห็นข้า? ตอนที่ได้ยินว่าคนที่ได้กระบี่เซียนอมตะในสมบัติสถานระดับสวรรค์แห่งนี้เรียกว่าจางยี่ ข้ายังอดตกใจไม่ได้..”
“เดิมทีข้าก็คิดไปว่าสมควรเป็นคนที่มีชื่อแซ่คล้ายกันมากกว่า เพราะน้ำหน้าอย่างเจ้าจางยี่…ไม่น่าจะมีคุณสมบัติพอจะถือครองกระบี่เซียนอมตะ…แต่ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายจะเป็นเจ้าจริงๆ!!”
กล่าวถึงจุดนี้สองตาจางอวิ๋นเฟยก็หดเล็กลง ยังเผยประกายเยียบเย็นวาบขึ้น “จางยี่ ส่งกระบี่เซียนอมตะมาเสียดีๆ!”
“เหอะ!”
“เพ่ย!”
ทว่าแทบจะทันทีที่จางอวิ๋นเฟยกล่าวจบคำ จางยี่ที่สีหน้ามืดคล้ำดำลงไม่ทันได้ตอบสนองอะไร เหล่าผู้คนที่มาร่วมปิดล้อมพวกต้วนหลิงเทียนเอาไว้นับสิบ ก็เริ่มสบถออกมาเสียก่อน
“เฮ่ยไอ้ชุดขาว…เจ้าเรียกว่าจางอวิ๋นเฟยงั้นสินะ! นี่เจ้าสำคัญตัวเองผิดไปหรือไม่? กระบี่เซียนอมตะมิใช่อะไรที่เจ้าบอกจะเอาเจ้าก็จะได้รับ!”
“คิดเอาของไป…ได้ถามไถ่ดาบข้าแล้วหรือยัง?”
“เฮอะ! คิดจะฮุบกระบี่เซียนอมตะไว้คนเดียวรึ ข้ามศพข้าไปก่อน!”
…
เมื่อมีคนกล่าวเปิดด้วยความไม่พอใจ เหล่าผู้ที่ยังเงียบอยู่ก็เริ่มพูดออกมาตามๆกัน สายตาที่พวกมันใช้มองจางอวิ๋นเฟยยังเยียบเย็นลง
“ข้าจะเอาของไปแล้วพวกเจ้าจะทำไม?”