จางอวิ๋นเฟยอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มแสยะกล่าวเย้ยออกมาด้วยน้ำเสียงค่อนแคะแววตายังเริ่มชืดชา เสียงกล่าวประโยคท้ายกลายเป็รเยียบเย็น “และในเมื่อพวกเจ้ามันรนหาที่ตายดีนัก…เช่นนั้นข้าจะสงเคราะห์พวกเจ้าก่อน!”
และแทบจะทันทีที่จางอวิ๋นเฟยกล่าวจบคำ
ฟู่มมม!!
ปรากฏพลังอันน่าเกรงขามสุดไพศาลขุมหนึ่งระเบิดปะทุออกมาท่วมร่างปานเพลิงไฟ และในพลังดังกล่าวไม่เพียงแต่จะมีแค่พลังเซียนต้นกำเนิดเท่านั้น ยังมีพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดอีกด้วย!
“พลังเซียนอมตะต้นกำเนิด!?”
“ครึ่งก้าวเซียนอมตะ! มันเป็นครึ่งก้าวเซียนอมตะ!!”
“ฉิบหายแล้วไง!”
….
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังที่กำจายออกมาจากร่างจางอวิ๋นเฟย เหล่าผู้คนที่ปิดล้อมอยู่นับสิบ มีหลายคนที่หน้าเปลี่ยนสีไปทันที
“ครึ่งก้าวเซียนอมตะรึ…แต่เจ้าคิดหรือว่ามีแต่เจ้ารึไงที่เป็นครึ่งก้าวเซียนอมตะ!?”
ในบรรดาผู้คนนับสิบมี 2 คนที่สีหน้าเฉยเมยไร้แยแส ไม่ได้แลดูตกใจอะไรกับพลังของจางอวิ๋นเฟยแม้แต่น้อย และไม่ทันไรทั่วร่างของพวกมันทั้งคู่ก็ปะทุพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดออกมาเช่นกัน!
“2 ครึ่งก้าวเซียนอมตะ?”
จางอวิ๋นเฟยชักสีหน้าผิดคาดอยู่บ้าง เพราะมันไม่คิดว่าในบรรดาผู้คนนับสิบที่เข้ามาปิดล้อมกลุ่มจางยี่ในห้องโถงพระราชวังแห่งนี้จะมีตัวตนครึ่งก้าวเซียนอมตะอยู่ด้วยถึง 2 คน เรื่องนี้ทำให้มันอดประหลาดใจไม่ได้จริงๆ
“อะไร? เจ้ากลัวแล้ว?”
สองครึ่งก้าวเซียนอมตะ เผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา