ดังนั้นนางจึงไม่เชื่อว่าต้วนหลิงเทียนจะมีปัญญามองเห็นวิถีกระบี่และจดจำพวกมันได้ครบถ้วนสมบูรณ์!
“หึ!”
ต้วนหลิงเทียนย่อมสัมผัสได้ถึงความแคลงใจทั้งไม่เชื่อจากสายตาของหลิ่วเสวียชัดเจน “ข้าไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำ…เจ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่เจ้า”
ยามกล่าววาจาประโยคนี้ออกมา น้ำเสียงต้วนหลิงเทียนเฉยเมยไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
เดิมทีตอนแรกต้วนหลิงเทียนก็มีความประทับใจในตัวหลิ่วเสวียอยู่บ้าง
แม้กระทั่งต่อมานางจะเผยทีท่าลังเลราวกับจะขับไล่ต้วนหลิงเทียนออกจากกลุ่มเล็กของนางดีหรือไม่ดีภายใต้การข่มขู่ของหรงปัว…
แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรนาง และไม่คิดโทษนางเรื่องนี้
แน่นอนว่าถึงแม้เขาจะเข้าใจความลังเลของหลิ่วเสวีย แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะปฏิบัติกับนางด้วยดีเหมือนในตอนแรก
มาตอนนี้พอถูกหลิ่วเสียตั้งแง่สงสัยในคำตอบ ทำให้ความประทับใจที่มีต่อนางมลายไปสิ้น ยังกลายเป็นติดลบอีกด้วย…
เขา ต้วนหลิงเทียน มีความจำเป็นต้องโกหกนางด้วยเหรอ?
กระทั่งเขาต้วนหลิงเทียน ยังเบื่อการโกหกเพื่ออวดโอ่เป็นที่สุด!
“ข้า…”
หลิ่วเสวียหน้าม้านไปทันใด เมื่อตระหนักได้ว่านางพลาดแล้วที่กล่าวถามต้วนหลิงเทียนออกไปด้วยท่าทีแบบนั้น
หากนางได้รับโอกาสอีกครั้ง ต่อให้จะสงสัยและไม่เชื่อต้วนหลิงเทียนเพียงใด นางคงเลือกที่จะเก็บมันไว้ในใจ ไม่กล่าวออกไปเด็ดขาด…
‘จบสิ้นกัน…’