ในใจหลิ่วเสวียเต็มไปด้วยความขื่นขม ‘ท่าทีของต้วนหลิงเทียนที่มีต่อข้ามันเปลี่ยนไปตั้งแต่เกิดเรื่องหรงปัววันนั้น…กระทั่งภายหลังพอได้รับยอดสมบัติสวรรค์มา ยังให้จางยี่ไปก่อน…’
‘ตอนนี้ข้าดันมาทำให้มันขุ่นเคืองใจอีก…เช่นนั้นต่อให้ติดตามมันต่อไป ก็เกรงว่าข้าคงไม่ได้รับอะไรดีๆอีกแล้วแน่นอน’
พอคิดถึงจุดนี้หลิ่วเสวียก็มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาไม่มั่นใจ
“พี่ใหญ่หลิงเทียนข้าเชื่อท่าน!”
เมื่อเห็นหลิ่วเสวียตั้งคำถามกับต้วนหลิงเทียน หานเฉวี่ยไน่เองก็รู้สึกไม่สบอารมณ์นัก
ยิ่งมาได้ยินคำพูดด้วยน้ำเสียงเฉยเมยไม่ยินดียินร้ายของต้วนหลิงเทียน หานเฉวี่ยไน่ก็หันไปมองหลิ่วเสวียด้วยสายตาเยียบเย็น ก่อนจะหันมายิ้มกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเชื่อมั่น
“ต้วนหลิงเทียน ไหนเลยต้องโกหกพวกเรา…”
ตอนนี้เองจางยี่ก็กล่าวออกมาเช่นกัน
และคำพูดของมันก็ออกมาจากใจจริง เพราะมันไม่คิดว่าต้วนหลิงเทียนจะต้องโกหกทุกคนเรื่องนี้
ไม่ต้องกล่าวถึงตลอดทางที่ผ่านมา มันเห็นลักษณะนิสัยต้วนหลิงเทียนไม่น้อย จึงพอรู้มาบ้างในระดับหนึ่งว่าต้วนหลิงเทียนไม่ใช่คนที่อวดอ้างตัว กระทั่งท่าทางยังจะดูแคลนคนประเภทนี้ด้วยซ้ำ…
และต่อให้มันไม่อาจมองนิสัยต้วนหลิงเทียนได้ออก มันก็ไม่คิดว่าต้วนหลิงเทียนจะต้องกล่าวโกหกอะไร เพราะมันไม่จำเป็น!