ปอีกขั้น!’
พอคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น
ตอนนี้ด้วยการลงมือสุดกำลัง ความแข็งแกร่งของเขาก็เพียงเทียบได้กับเซียนอมตะเสเพล 7 ทัณฑ์เท่านั้น
หากเขาได้รับเวทย์พลังจู่โจมจากระนาบเทวโลกและใช้มันได้อย่างเชี่ยวชาญล่ะก็ พลังฝีมือของเขาย่อมเพิ่มพูนสูงขึ้นจนน่าจะเทียบได้กับเซียนอมตะเสเพล 8 ทัณฑ์!
‘และหากข้าสามารถบรลุขอบเขตสุดท้ายของยอดใจกระบี่ อย่างใจกระบี่รวมหนึ่ง…ความแข็งแกร่งของข้าต้องเทียบได้กระทั่งเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์!!’
ยิ่งคิดถึงจุดนี้ใจต้วนหลิงเทียนก็เต้นรัวขึ้นมาอย่างมิอาจห้าม
‘อย่างไรก็ตามนั่นมันยากเกินไป ขอบเขตที่ 5 ของยอดใจกระบี่ช่างเข้าใจได้ยากยิ่งนัก เผลอๆข้าคงไม่อาจบรรลุมันได้ทันก่อนที่จะขึ้นไประนาบเทวโลกด้วยซ้ำ…’
ต้วนหลิงเทียนเองก็รู้เรื่องนี้ชัดดี
ดังนั้นไม่นานความตื่นเต้นยินดีในใจจึงค่อยๆซาลง
เขาเองก็พยายามตีความเคล็ดสุดท้ายของยอดใจกระบี่แล้ว หากแต่เขายังไม่อาจเข้าใจมันได้ ราวกับยังขาดโอกาสอะไรบางอย่าง และก่อนที่จะได้พบเจอโอกาสที่ว่าคงไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่จะบรรลุมันได้
‘อย่างไรก็แล้วแต่…หากข้าได้รับเวทย์พลังจู่โจมจากสมบัติสถานระดับสวรรค์ที่เซียนกระบี่บงกชฟ้าหลี่ไป๋ทิ้งไว้ ย่อมเป็นเรื่องที่ดีกับข้าเป็นที่สุด!’
ไม่นานสายตาต้วนหลิงเทียนก็กลับไปมองจ้องยังพระราชวังใต้ดินเบื้องล่าง
กลับกันหลังได้ยินคำพูดของจางยี่แล้ว นอกจากหลิ่วเสวียที่ยังมีสีหน้า