สงบเฉยเมย หานเฉวี่ยไน่เองตอนนี้สองตาของนางเบิกกว้างกลมโตนัก เห็นชัดว่าประหลาดใจไม่น้อย
นางไม่คิดไม่ฝันเลยว่านอกจากสมบัติสวรรค์แล้ว สมบัติสถานเบื้องหน้าอาจมีแม้กระทั่งเวทย์พลังจากระนาบเทวโลก แถมยังมีเรื่องราวอันน่าตื่นตระหนกที่นางไม่เคยรู้มาก่อนอีกมากมาย
“พวกเราเข้าไปกันเถอะ”
และในขณะเดียวกับที่สายตาของหานเฉวี่ยไน่ จางยี่ และหลิ่วเสวียหันมามองจ้องต้วนหลิงเทียน ด้านต้วนหลิงเทียนก็เอ่ยขึ้นมาพอดี
หลังจากนั้นเขาก็โรยตัวลงจากฟ้า มุ่งหน้าไปยังพระราชวังใต้ดินเบื้องล่าง ที่บัดนี้ประตูใหญ่ได้เปิดอ้าออกรอคอยให้พวกเขาเข้าไปแต่แรก
หานเฉวี่ยไน่ก็รีบตามไปติดๆ
สำหรับทั้ง 3 แล้ว ต้วนหลิงเทียนเป็นดั่งผู้นำหลักและ ‘หัวใจ’ ของกลุ่มก็ว่าได้
ถึงแม้ว่าจะมีสมบัติสถานระดับสวรรค์ตั้งอยู่เบื้องหน้า แต่หากต้วนหลิงเทียนไม่นำเข้าไป ทุกคนก็ไม่กล้าเข้าไปก่อน
หลังจากเหินลงมายังพระราชวังเบื้องล่างและข้ามผ่านประตูใหญ่โตเข้าไป
อยู่ๆฉากเรื่องราวเบื้องหน้าของทุกคนก็แปรเปลี่ยนไปพลิกฟ้าคว่ำดินในฉับพลัน!
แน่นอนว่าสิ่งที่แลเห็นนั้น ไม่ได้มีอะไรใกล้เคียงกับความงดงามในเคหะสถานโอ่อ่าอย่างพระราชวังใต้ดินแม้แต่น้อย!
“หืม?”
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้ว เพราะตอนนี้เบื้องหน้าในสายตาเขาไม่มีอะไรใกล้เคียงสิ่งที่สมควรอยู่ด้านในตัวกระราชวังสักกะผีกเดียว แต่เป็นบึงน้ำอันมืดมิดและบรรยากาศโดยรอบก็อึมครึมชวนให้ขวัญผวานัก!
“อะไรกัน ไม่ใช่ว่านี่มั