นก็แค่ประตูทางเข้ารึไง เข้ามาได้ไม่ทันไรก็เจอค่ายกลมายาแล้วหรอ?”
หานเฉวี่ยไน่อดไม่ได้ที่จะผงะไปกับทัศนียภาพเบื้องหน้า ร่างบางยังไปหลบหลังต้วนหลิงเทียนอย่างไม่รู้ตัว
ถึงแม้พลังฝึกปรือของหานเฉวี่ยไน่ตอนนี้จะไม่ใช่ต่ำทราม แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่แลดูอึมครึมน่ากลัวราวกับจะมีตัวอะไรผุดโผล่ขึ้นมาสร้างความสยดสยองให้นางได้ทุกเวลา กอปรทั้งได้รู้ว่านี่เป็นสมบัติสถานที่ตัวตนระดับต้าหลัวจินเซียนทิ้งไว้ นางก็ไม่กล้าดูเบามันแม้แต่น้อย…
และในขณะที่สีหน้าท่าทีของกลุ่มต้วนหลิงเทียนกำลังเคร่งขรึมจริงจังพร้อมรับสถานการณ์
“สมบัติสถานระดับสวรรค์แห่งนี้ที่ข้าสร้างไว้ แบ่งออกเป็น 9 ด่าน…ตราบใดที่พวกเจ้าสามารถผ่านการทดสอบได้ ทุกๆ 3 ด่านเจ้าจักได้รับสิ่งที่ข้าเหลือทิ้งไว้อย่างหนึ่ง…”
เสียงไม่คุ้นเคยหากแต่คุ้นหูหนึ่งพลันดังขึ้นก้องไปทั่วบึงน้ำอันมืดมิดให้กลุ่มต้วนหลิงเทียนได้ยินกันชัดเจน
“เป็นเสียงของเซียนกระบี่บงกชฟ้าหลี่ไป๋!”
หลิ่วเสวียอุทานออกมา ขณะเดียวกันนางก็เริ่มกวาดตามองไปทั่วๆด้วยสีหน้าท่าทีระวังทั้งระแวง หากแต่ไม่ว่านางจะจับจ้องมองไปเท่าไหร่ก็ไม่พบเหตุเปลี่ยนแปลงอะไร
“หลังจากที่ผ่านบททดสอบของข้า 3 ด่านแรก จะพบเจอยอดสมบัติสวรรค์ที่ข้าเหลือทิ้งไว้ หากผ่านบททดสอบได้ 6 ด่านจักได้รับเวทย์พลังที่ข้าทิ้งไว้ และหากสามารถผ่านพ้นได้ทั้ง 9 ด่าน พวกเจ้าจักได้รับหยกบันทึกอันมีองค์ความรู้ในเต๋าแห่งกระบี่ที่ตัวข้าไ