“ระนาบเหยียนหวงเจ้าช่างร้ายกาจนัก แม้ข้าจะไม่ใช่คนของระนาบเหยียนหวง แต่นาม ‘ฮัวกั่วซาน’ ของระนาบเจ้าก็โด่งดังสะท้านมาถึงระนาบของข้า กล่าวได้ว่าขุมพลังนี้ไม่เป็นสองรองผู้ใดจริงๆ…”
ในบรรดาผู้ชม คนของระนาบคงสิงคนหนึ่งกล่าวออกมาเสียงขรึม ก่อนที่จะถามออกมาอย่างอดไม่ได้ “สหายท่านนี้…จากที่ท่านกล่าวเมื่อครู่ หมายความว่าอาจมีรุ่นเยาว์อัจฉริยะในฮัวกั่วซานที่บรรลุครึ่งก้าวเซียนอมตะแต่มีพลังเทียบได้กับเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์หรือ?”
“สหาย…แล้วชายหนุ่มชุดม่วงเมื่อครู่ ใช่มาจาก ฮัวกั่วซาน ของระนาบเหยียนหวงท่านหรือไม่?”
ทันทีที่ชายจากระนาบคงสิงกล่าวถามประโยคนี้ออกมา ทุกสายตาก็หันไปมองจ้องคนระนาบเหยียนหวงคนนั้นทันที
“ไม่ใช่แน่นอน”
ได้ยินคำถามของคนระนาบคงสิง รวมถึงเห็นสายตาที่มองมาจากทุกคน ผู้ที่มาจากระนาบเหยียนหวงคนนั้นได้แต่ส่ายหัวไปมา พลางกล่าวตอบคำอย่างมั่นใจ
“เพราะเท่าที่ข้ารู้มา ครึ่งก้าวเซียนอมตะของฮัวกั่วซานที่อาจมีพลังทัดเทียมกับเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์คนนั้น มิใช่ผู้ฝึกกระบี่!”
“ดังนั้นต่อให้ตัวข้าเองจะไม่เคยเจออัจฉริยะของฮัวกั่วซานผู้นั้นก็ตามที แต่ข้ามั่นใจได้เรื่องหนึ่งว่าชายหนุ่มชุดม่วงผู้นั้น ไม่ใช่อัจฉริยะจากฮัวกั่วซานที่ข้าเอ่ยถึงแน่นอน…”
คำกล่าวของคนจากระนาบเหยียนหวงนับว่ามีน้ำหนักไม่น้อย ทุกคนจึงเชื่อ