ครู่ต่อมา มันก็เริ่มกวาดตามองถามไปรอบๆ “แล้วระนาบของสหายทั้งหลายเล่า มีอัจฉริยะครึ่งก้าวเซียนอมตะที่น่าจะมีพลังทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์บ้างหรือไม่?”
“ข้าบอกได้ว่าอาจจะมีเหมือนกัน”
ตอนนี้เองคนของระนาบฉีอวิ๋นพลันกล่าวตอบออกมา ก่อนที่จะเริ่มส่ายหัวเบาๆ “แต่ข้าก็เหมือนเจ้า ที่ถึงแม้ไม่เคยเจออัจฉริยะที่ว่า แต่ข้ามั่นใจว่าอัจฉริยะของระนาบฉีอวิ๋นของข้ามิใช่ชายหนุ่มชุดม่วงแน่นอน…”
“ส่วนในระนาบโหมหลัวของข้า ไม่เคยได้ยินว่ามีอัจฉริยะครึ่งก้าวเซียนอมตะที่มีพลังทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์มาก่อนเลย…”
คนจากระนาบโหมหลัวกล่าวตอบ
“ส่วนของระนาบคงสิงข้า กล่าวไปก็มีอัจฉริยะที่มีโอกาสเทียบชั้นเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์ได้คนหนึ่งเหมือนกัน แต่ทว่าอัจฉริยะผู้นั้นเดินในมรรคาดาบมิใช่กระบี่ เช่นนั้นจึงมิน่าจะเป็นชายหนุ่มชุดม่วงคนนั้นไปได้”
คนของระนาบคงสิงก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาเช่นกัน
“เช่นนั้นเห็นทีจะหลงเหลือความเป็นไปได้อยู่ 2 ประการเท่านั้น…”
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนกล่าววาจาประโยคนี้ออกมา แต่นับว่าหลังกล่าวจบคำมันก็ดึงความสนใจจากผู้คนทั้งหมดไปทันที
“ชายหนุ่มชุดม่วงผู้นั้น อาจเป็นคนจาก 1 ใน 4 มหาระนาบโลกียะของพวกเรา เพียงแต่มันซุ่มเก็บตัวและไม่เคยเปิดตัวสู่สาธารณะจึงไม่มีผู้ใดในพวกเราล่วงรู้ถึงการคงอยู่ของมัน”