“ส่วนอีกประการหนึ่ง…ข้าสงสัยว่าชายหนุ่มชุดม่วงผู้นี้ อาจจะมาจากระนาบเซียน ที่เป็นระนาบขนาดย่อม!”
ขณะกล่าวถึงท้ายประโยค น้ำเสียงของมันก็เคร่งขรึมนัก
“อย่างแรกนั้นแน่นอนว่ามีความเป็นไปได้มากกว่า…”
คนของระนาบคงสิงกล่าวถึงตรงนี้ก็เงียบไปพักหนึ่ง ค่อยเอ่ยต่อด้วยสีหน้าปั้นยากว่า “เพราะมันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน ที่ระนาบโลกียะขนาดย่อมอย่างระนาบเซียน จะอุบัติตัวตนครึ่งก้าวเซียนอมตะที่มีพลังทัดเทียมกับเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์เช่นนี้ขึ้นมาได้!”
ระนาบเซียนนั้นเป็นระนาบโลกียะขนาดย่อม
หากไม่ใช่เพราะล่วงรู้วว่ากุญแจเปิดแดนลับต่างสวรรค์ดอกหนึ่งอยู่ในระนาบเซียน เกรงว่าพวกมันคงไม่เคยได้ยินเรื่องระนาบเซียนมาก่อนแน่…
ในฐานะที่เป็นคนของมหาระนาบโลกียะ ย่อมมีความดูแคลนระนาบโลกียะขนาดย่อมเป็นทุน และคิดว่าเป็นเพียงระนาบไร้อารยะเท่านั้น…
“ข้าก็คิดว่าเรื่องนี้มิน่าเป็นไปไม่ได้เช่นกัน…ครึ่งก้าวเซียนอมตะของระนาบขนาดย่อม ต่อให้จะมียอดสมบัติสวรรค์ในมือแต่อย่างดีก็คงเทียบได้แค่เซียนอมตะเสเพล 3 ทัณฑ์ และต่อให้โชควาสนามันจะท้าทายสวรรค์เพียงใด ก็มิน่าจะมีพลังฝีมือเหนือกว่าเซียนอมตะเสเพล 4 ทัณฑ์ไปได้”
คนของระนาบโหมหลัวเอ่ยเสริม
“นั่นสิ”
คนของระนาบฉีอวิ๋นพยักหน้าเห็นด้วย
“เฮ่ๆ…นี่พวกเจ้าลืมกันไปแล้วรึไร ว่าครั้งสุดท้ายที่แดนลับต่างสวรรค์เปิดออก เป็นผู้ใดได้มรดกของต้าหลัวจินเซียนไปครอง?”