ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะงุนงง ด้วยไม่เข้าใจและไม่อาจจินตนาการได้จริงๆว่าต้วนหลิงเทียนกล่าวมาแบบนี้ที่แท้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน
วูบ!
ทันใดนั้นต้วนหลิงเทียนพลันยกมือขึ้นเบาๆ เอื้อมคว้าไปยังกระบี่เล่มหนึ่งที่ผุดโผล่ขึ้นมาจากความว่างเปล่ามากระชับถือไว้
“ใจกระบี่เหิน”
และก่อนที่ทุกคนไม่เว้นเผยกุ่นซานจะทันได้ตอบสนองสิ่งใด มวลพลังในร่างต้วนหลิงเทียนที่ได้รับการยกระดับจากปฐมเวทย์กลืนกิน ก็โคจรไหลเชี่ยวดั่งน้ำหลากผ่านชีพจรเซียน 99 สายถ่ายทอดลงสู่กระบี่เซียนอมตะฉับไว!
ฟั่ฟฟฟฟ!!
ทันใดนั้นกระบี่เซียนอมตะในมือพลันกลับกลายคล้ายลำแสงสายหนึ่ง เหินพุ่งออกไปด้วยพลังอำนาจทำลายล้างอันน่าพรั่นพรึง!
เนื้องเพราะมิติของแดนลับต่างสวรรค์นั้นมีความเสถียรและมั่นคงยิ่งกว่าระนาบโลกียะ ทำให้แม้กระบี่เซียนอมตะจะปะทุพลังอันเกรี้ยวกราดออกกมา แต่ก็ยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นฉีกเปิดความว่างได้…
“ปะ…เป็นไปไม่ได้!”
นอกจากหานเฉวี่ยไน่ที่อยู่ใกล้ต้วนหลิงเทียนที่สุดแล้ว ก็มีแต่เผยกุ่นซานเท่านั้นที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังอันน่ากลัวจากตัวกระบี่ได้เป็นคนแรกทันทีที่มันปรากฏขึ้นมา
และเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังอันน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากตัวกระบี่นั่น ร่างมันอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไปวูบหนึ่งด้วยรู้สึกถึงอันตราย ทั้งยังเป็นอันตรายใหญ่หลวง!!