เมื่อได้ยินวาจายอมลงของฉือกั่นกับทีท่าราวไร้กระดูกสันหลัง ชายชราชุดเทาก็คร้านจะเหลือบแลฉือกั่นสืบไป
“เซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์! ผะ..ผู้เฒ่าคนนั้นกลับเป็นถึงเซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์!!”
“ให้ตายเถอะ ลองมีเซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์อยู่ที่นี่…เกรงว่าข้าคงสิ้นวาสนากับยอดสมับติสวรรค์ชิ้นนี้แล้วล่ะ”
“เอาเถอะ พวกเราก็คิดมาชมดูเรื่องราวดีๆแต่แรก…ในเมื่อมีเซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์ออกหน้าแบบนี้แล้ว…ไม่ทราบว่ายังมีเซียนอมตะเสเพลคนอื่นอีกหรือไม่?”
“เฮ่อ ข้าล่ะอุตส่าห์รีบแจ้นมาแทบตาย หากรู้แต่แรกว่าที่นี่จะมีเซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์ ข้าไม่ถ่อมาให้เสียเวลาหรอก! ยอดสมบัติสวรรค์ตั้งอยู่ตรงหน้า อนิจจาดูได้แต่ไม่อาจแตะ สุดท้ายยังต้องเห็นมันตกเป็นของผู้อื่นตำตา ช่างจุกในอกนัก!”
…
เมื่อคนกลุ่มหนึ่งเริ่มกล่าวออกมาทำนองหมดหวัง หลายคนรอบๆก็อดไม่ได้ที่จะทดท้อเหมือนกัน ด้วยรู้ดีว่าคงชวดของดีแน่นอนแล้ว
“เจ้านั่น…เหมือนจะเป็นผู้พิทักษ์ด่านเทียนหยินของระนาบโหมหลัวเรา…เผยกุ่นซาน!”
ไม่นานก็มีคนจดจำชายชราในชุดเทาได้
“เผยกุ่นซาน ผู้พิทักษ์อาวุโสของด่านเทียนหยินที่ว่ากันว่าข้ามผ่านหายนะทัณฑ์เซียนอมตะเสเพลรอบที่ 5 ไปเมื่อ 300 กว่าปีก่อนน่ะหรือ?”
“เป็นมัน!”
…
ในบรรดาผู้ที่มารวมตัวกันที่นี่ย่อมไม่ขาดคนของระนาบโหมหลัว และยังล่วงรู้ตัวตนของชายชราชุดเทาผู้นั้นอีกด้วย
‘ที่แท้เซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์ผู้นี้ก็มาจากระนาบโหมหลัว!’