อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นต้วนหลิงเทียนหรือหลิ่วเสวีย ย่อมสัมผัสได้ถึงความอัปยศอดสูและความเกลียดชังอันไร้ขอบเขตที่แฝงไว้ในนั้นชัดเจน…
โดยเฉพาะต้วนหลิงเทียนยังเห็นได้ชัดว่าสองหมัดของจางยี่กำแน่นจนเล็บจิกเนื้อหลั่งโลหิตออกมา
“พวกมันชื่ออะไร”
สองตาต้วนหลิงเทียนทอประกายเรืองวูบ กล่าวถาม
“จางอวิ๋นเถิง จางอวิ๋นเฟย”
จางยี่กล่าวออกด้วยน้ำเสียงเล็ดรอดไรฟัน
“จางอวิ๋นเถิง จางอวิ๋นเฟย ข้าจะจำไว้…”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ากล่าวคำ “หากวันหลังข้าเจอพวกมัน ข้าจะหาความเป็นธรรมให้เจ้า”
สำหรับจางยี่คนนี้ต้วนหลิงเทียนถูกชะตาไม่น้อย จึงเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นสหายคนหนึ่ง
ในสายตาเขา
ฆ่าคนล้างแค้นให้เพื่อนหน่อยจะเป็นไรไป!
“ไม่จำเป็น”
ทว่าหลังต้วนหลิงเทียนกล่าวจบคำ จางยี่ก็กล่าวปฏิเสธออกมาโดยตรง “ต้วนหลิงเทียนข้ารู้ว่าเจ้าหวังดีคิดช่วยข้า…แต่ข้าอยากแก้แค้นพวกมันด้วยตัวของข้าเอง!”
วาจากล่าวคำของจางยี่รอบนี้ น้ำเสียงช่างแน่วแน่เด็ดเดี่ยวนัก!
และนี่คือเหตุผลที่ทำให้มันเข้ามาในแดนลับต่างสวรรค์แห่งนี้!
“ได้สิ”
เมื่อเห็นว่าจางยี่เองก็ไม่ย่อท้อและมีความทะเยอทะยานของตัว เคารพมิสู้ทำตาม ต้วนหลิงเทียนจึงไม่คิดจะกล่าวถึงเรื่องนี้อีกต่อไป
“หลิ่วเสวีย…”