จางยี่ที่ยังตื่นตระหนกตกใจไม่หาย พอมองต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง สีหน้าแววตาเปี่ยมความเลื่อมไสนับถือนัก
“ต้วนหลิงเทียน…แข็งแกร่งขนาดนี้เลยหรือ…”
ได้เห็นการลงมืออันทรงพลังทั้งเข่นฆ่าสังหารอย่างหมดจดของต้วนหลิงเทียน ใจหลิ่วเสวียก็ท่วมท้นไปด้วยความทึ่ง!
อย่างไรก็ตามพอนางมองสบสายตากับต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง นางก็สัมผัสได้ถึงความหมางเหมิงปานจะผลักไสนางให้ห่างออกไปนับพันลี้…
ความหมางเมินดังกล่าวไม่ได้มีให้แค่นางเท่านั้น ยังเผื่อแผ่ไปให้หวังฉีอีกด้วย…
ด้านหวังฉีพอสัมผัสได้ถึงทีท่าหมางเมินจากต้วนหลิงเทียน มันก็อดไม่ได้ที่จะเผยยิ้มขื่นขมระทมใจออกมา ‘ดูเหมือนการลังเลของข้ากับหลิ่วเสวียก่อนหน้า เป็นการทำให้มันสร้างระยะห่างกับพวกเราเอาไว้…’
หวังฉีพอนึกยอนไปก็รู้สึกเสียใจนัก
แต่มันก็รู้ดี ว่าในโลกหล้าไร้โอสถรักษาอาการเสียใจ…
‘ตอนนี้ข้าได้แต่หวังว่าต้วนหลิงเทียนยังจะยอมให้ข้ากับหลิ่วเสวียเข้าไปในสมบัติสถาน ที่อาจเป็นมรดกสถานของต้าหลัวจินเซียนหรือมีเบาะแสนำไปสู่มรดกสถานของต้าหลัวจินเซียนแห่งนี้ด้วย’
หวังฉีเริ่มกังวลขึ้นมาไม่น้อย
มันไม่ได้กลัวว่าต้วนหลิงเทียนจะฆ่ามันกับหลิ่วเสวียเพื่อไม่ต้องหารแบ่งสมบัติอันใด…
เพราะในระหว่างเดินทาง จากการสนทนากันพักหนึ่งมันก็พอมองเห็นได้ว่า