ต้วนหลิงเทียนนั้นเป็นคนประเภท ‘ใครไม่รุกรานก็ไม่รุกรานใคร’ เว้นเสียแต่มันกับหลิ่วเสวียจะคิดร้ายลงมือต่อต้วนหลิงเทียนก่อน หาไม่แล้วต้วนหลิงเทียนไม่มีทางเปิดฉากลงมือกับพวกมันก่อนแน่
อย่างไรก็ตามมันไม่อาจแน่ใจได้เลย
ว่าต้วนหลิงเทียนยังจะเต็มใจปล่อยให้พวกมันเข้าไปในสมบัติสถานแห่งนี้ด้วยหรือไม่…
“ต้วนหลิงเทียนข้า…ข้าขอโทษ”
ตอนนี้เองหลิ่วเสวียก็ได้แต่กล่าวขอขมากับต้วนหลิงเทียนออกมาเสียงอ่อนด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
“น้องหลิงเทียน ข้าเองก็ต้องขอโทษเจ้าแล้ว…”
เมื่อเห็นหลิ่วเสวียเป็นฝ่ายเปิดปากขอขมาต้วนหลิงเทียนก่อน หวังฉีก็ไม่รอช้าเร่งกล่าวคำขอโทษออกมาตามติด หวังให้ต้วนหลิงเทียนไม่ใจร้ายกีดกันพวกมันไม่ให้เข้าสู่สมบัติสถานเบื้องล่าง
“พวกเจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด จะมาขอโทษข้าทำไม?”
อย่างไรก็ตามเผชิญหน้ากับคำขอขมาด้วยสีหน้ารู้สึกผิดของทั้งสอง ต้วนหลิงเทียนเพียงส่ายหัวไปมาค่อยกล่าวออกด้วยรอยยิ้มบางๆ “นอกจากนี้พวกเจ้าก็ไม่ต้องกังวล…ว่าข้าจะกีดกันไม่ให้พวกเจ้าเข้าไปในสมบัติสถานเบื้องล่าง”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวพลางก้มหน้าลงไปมองหุบเขาเบื้องล่าง
“หากไม่ใช่เพราพวกเจ้าพบเจอสถานที่แห่งนี้และชวนข้ามาด้วย ข้าเองก็คงไม่ได้มาอยู่ที่นี่แบบนี้แต่แรก…ข้าเองก็ถือว่าติดค้างพวกเจ้าเรื่องนี้ เช่นนั้นข้ายินดีจะช่วยเหลือพวกเจ้าเท่าที่จะทำได้ด้านใน…”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวเสริม