เมื่อมองไปยังร่างต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง หรงปัวก็หวนกลับมาแสยะยิ้มถือดีเหมือนเดิม “ตอนนี้เพียงข้ากับสหายร่วมมือกัน ลำพังชีวิตตัวเองเจ้ายังไม่มีปัญญารักษา นับประสาอะไรไปวุ่นวายกับชีวิตผู้อื่น? หลังเจ้าตาย คิดว่ามันยังจะรอดไปได้? ช่างกระทำเรื่องที่ไร้ค่านัก!!”
“อ้อ…จริงรึ?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบหรงปัวที่ยิ้มแสยะถือดีด้วยสีหน้าสงบเฉยเมยไม่ทุกข์ร้อน ทำราวกับให้ไท่ซานถล่มลงตรงหน้าก็ไม่ไหวติง
ทีท่าปลอดโปร่งสบายๆไร้เรื่องราวนี้ของต้วนหลิงเทียน ยามตกลงในสายตาของหรงปัว ก็ทำให้ยิ้มแสยะถือดีของหรงปัวบิดเบี้ยวทันที มันโมโหขึ้นมาจริงๆแล้ว!
“ในเมื่อเจ้ารีบร้อนอยากตายนัก เช่นนั้นข้าจะสงเคราะห์ให้!”
“เฝิงหม่าน ร่วมมือกับข้าฆ่ามันกันเถอะ!”
“ฆ่ามันได้สักคน…สมบัติสถานที่อาจมีมรดกของต้าหลัวจินเซียนหรือเบาะแสนำไปสู่มรดกสถานนี้ก็จักเป็นของพวกเราสองคน! ไร้ตัวเกะกะให้รำคาญตา!!”
สิ้นคำดุร้ายของหรงปัว ทั่วร่างของมันก็ลุกโชนขึ้นมาด้วยพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดอีกครั้ง ยังรุนแรงกว่าก่อนหน้าเป็นเท่าตัว!
ตอนนี้มันใช้ออกด้วยพลังทั้งหมดของครึ่งก้าวเซียนอมตะแล้ว!!
“ได้!”
อารมณ์ของเฝิงหม่านก็พุ่งพล่านขึ้นมาไม่น้อยหลังได้ยินคำพูดหรงปัว มันหงายฝ่ามือออกทันใด ก่อนที่จะปรากฏมวลพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดผนึกควบก่อลักษณ์ ทั้งทั่วร่างยังลุกโชนไปด้วยไอพลังราวกับเทพสงคราม!
“หึ!”