เผชิญหน้ากับหรงปัวและเฝิงหม่านที่คิดผนึกกำลังกรุ้มรุม ต้วนหลิงเทียนเพียงพ่นลมเสียงเย็นด้วยความดูแคลน ก่อนจะสะบัดมือคว้าจับกระบี่ที่ผุดโผล่ออกมาจากความว่าง
กระบี่เล่มนี้ช่างโปร่งใสนัก ราวกับมันขึ้นรูปมาจากน้ำบริสุทธิ์!
“นี่มันยังโง่งมถึงขั้นคิดใช้อาวุธอีกหรือ?”
“นี่มันไม่รู้หรือไง…ว่าด้วยด่านพลังของพวกเรายามนี้ อาวุธอันใดในระนาบโลกียะล้วนไร้ค่าไม่อาจช่วยเหลืออันใดได้อีก?”
เห็นต้วนหลิงเทียนสะบัดมือเรียกกระบี่ออกมาถือไว้ หรงปัวกับเฝิงหม่านอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ
สำหรับเซียนอมตะเสเพลนั้น ศาสตราวุธใดๆในระนาบโลกียะล้วนไร้ค่า!
สำหรับครึ่งก้าวเซียนอมตะ แม้จะไม่ถึงขั้นไร้ค่า แต่ก็ไม่อาจช่วยเหลือใดๆได้อีก รังแต่จะเกะกะเสียเปล่าๆ!
ด้วยเหตุนี้พอเห็นต้วนหลิงเทียนชักกระบี่ออกมา หรงปัวกับเฝิงหม่านจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ!
“เจ้าแน่ใจหรือ…”
ทันทีที่เสียงกล่าวเย้ยเยาะของทั้งคู่จบลง ต้วนหลิงเทียนเพียงกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
และขณะที่กล่าวคำ พลังเซียนต้นกำเนิดอันผสานไว้ด้วยพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดก็เริ่มหลั่งไหลผ่านชีพจรเซียน 99 สายในร่างดั่งน้ำหลาก!
พลังเซียนต้นกำเนิดอันผสานด้วยพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดนี้ เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่มือขวาที่ถือกระบี่ ก่อนที่จะถ่ายทอดลงสู่ตัวกระบี่ที่โปร่งใสปานแก้วผลึก!
“ว่า…กระบี่ของข้าเป็นอาวุธของระนาบโลกียะ?”