เพราะตอนนี้หวังฉี หลิ่วเสวียและจางยี่ รู้สึกไม่ต่างอะไรจากกบน้อยที่ถูกอสรพิษจับจ้อง!
“หรงปัว…เจ้าคิดว่าพอมีคนช่วยแล้วเจ้าจะจัดการพวกเรา 4 คนได้งั้นเหรอ?”
หวังฉีมองหรงปัวพลางกล่าวออกมาตรงๆเสียงเย็น
“อ้อ หากคนช่วยข้าเป็นคนอื่นข้าก็ไม่มั่นใจว่าจะจัดการพวกเจ้าทั้ง 4 ได้หรอก…”
หรงปัวยิ้มแสยะ “น่าเสียดาย คราวนี้พวกเจ้านับว่าดวงกุดแล้วจริงๆ…ในระนาบคงสิงของข้า รวมตัวข้าแล้วมีครึ่งก้าวเซียนอมตะที่อายุไม่ถึงร้อยปีอยู่แค่ 7คนเท่านั้น ทว่าเฝิงหม่านก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน!”
กล่าวถึงจุดนี้ยิ้มแสยะบนหน้าหรงปัวยิ่มายิ่งฉีกกว้าง
และแทบจะพร้อมกันกับที่หรงปัวกล่าวจบคำ
วูบ วูบ วูบ
ไม่ว่าจะเป็นหวังฉี หลิ่วเสวียหรือจางยี่ สีหน้าก็อดเปลี่ยนไปไม่ได้
เพราะพวกมันมคิดไม่ฝันเลยว่า…
เฝิงหม่านผู้นี้ ก็เป็นครึ่งก้าวเซียนอมตะเหมือนกัน!!
ต้องทราบด้วยว่าแม้จะเป็นมหาระนาบโลกียะของพวกมัน ก็ใช่ว่าจะมีครึ่งก้าวเซียนอมตะที่อายุไม่ถึงร้อยปีเกิน 10 คน!
ทว่าตอนนี้ผู้ที่บังเอิญผ่านทางมานั้น ไม่เพียงแต่จะรู้จักกันกับหรงปัว แต่อีกฝ่ายยังเป็นครึ่งก้าวเซียนอมตะเหมือนหรงปัวอีกด้วย!
‘สองครึ่งก้าวเซียนอมตะ…’
จังหะนี้ใจของหวังฉี หลิ่วเสวียและจางยี่รู้สึกเสมือนจมจ่อมลงบ่อมืด…