หรงปัวกล่าวออกเสียงเบา “ในแดนลับต่างสวรรค์ จริงอยู่ที่มรดกสถานของต้าหลัวจินเซียนจะปิดกั้นมิให้เซียนอมตะเสเพลเข้าไป แต่สถานที่ๆปิดกั้นเซียนอมตะเสเพลนั้นมิแน่ว่าจะเป็นมรดกสถานของต้าหลัวจินเซียนเสมอไป ข้าที่ไม่อาจยืนยันความจริงได้จึงไม่อยากพูดให้พวกเจ้าเข้าใจผิดแค่นั้น…”
“ฮึ! ข้าคิดว่าเจ้าไม่อยากบอกพวกเรามากกว่า!”
หลิ่วเสวียกล่าวออกด้วยโทสะ
สายตาที่หวังฉีใช้มองหรงปัวตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
ตอนนี้เองจางยี่พลันพูดขึ้นมาอีกครั้ง “โดยปกติแล้วสถานที่ๆปิดกั้นมิให้เซียนอมตะเสเพลเข้าไป ถึงจะไม่ใช่มรดกสถานของต้าหลัวจินเซียน แต่ก็สมควรมี ‘เบาะแส’ ที่นำไปสู่มรดกสถานต้าหลัวจินเซียนเก็บไว้…”
“หากได้รับเบาะแสที่ว่า แน่นอนว่าย่อมใช้มันค้นหามรดกสถานที่แท้จริงของต้าหลัวจินเซียนได้ไม่ยาก…”
“จะอย่างไรก็ตามข้ายืนยันได้เรื่องหนึ่ง…สถานที่ๆหวังฉีกับหลิ่วเสวียพบเจอไม่ใช่สถานที่ธรรมดาๆเป็นแน่”
พอจางยี่กล่าวออก ก็ทำให้หรงปัวหันไปมองจางยี่ตาขวางอีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่าหรงปัวไม่ชอบที่จางยี่พล่ามมาก!
“มรดกสถานของต้าหลัวจินเซียน…”
แน่นอนว่าความสนใจของต้วนหลิงเทียนถูกคำมรดกสถานต้าหลัวจินเซียนดึงดูดไปอย่างสมบูรณ์
‘ด้วยพลังความแข็งแกร่งของข้าตอนนี้หากได้รับสืบทอดมรดกต้าหลัวจินเซียนมา ไม่ใช่เรื่องยากที่จะก้าวข้ามอาวุโสฟงชิงหยางในปีนั้นได้!’
“รีบไปเถอะ”
ต้วนหลิงเทียนหันไปมองหวังฉีพลางกล่าวกระตุ้น