แล้วมันจะไม่เกลียดต้วนหลิงเทียนที่นำพาสิ่งนี้มาได้อย่างไร?
“น้องหลิงเทียนเจ้าก็อย่าได้ถือสาหรงปัวเลย นิสัยมันก็เป็นเช่นนี้ล่ะ…”
ตอนนี้เองกระทั่งหวังฉียังออกหน้ากล่าวขึ้น เพราะเห็นว่าต้วนหลิงเทียนเริ่มไม่พอใจขึ้นมาแล้ว
ตอนแรกต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกมีโมโหอยู่บ้าง แต่เมื่อมีคนออกหน้ากล่าววขึ้น 2 คน เขาก็ได้แต่ยักไหล่ออกมาอย่างไร้แยแส
“ช่างเถอะ…สุนัขข้างถนนเห่าใส่จะให้ไปไล่เตะทุกตัวก็ใช่เรื่อง ข้าไหนเลยจะคิดมากได้?”
พอต้วนหลิงเทียนกล่าววาจาประโยคนี้ออกมา หลิ่วเสวียกับจางยี่ถึงกับอึ้งไปหน้าเหวอ ด้านหวังฉียังอดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้งๆออกมา
“ไอ้หนูหน้าขาว! เจ้าว่าผู้ใดเป็นสุนัขกัน!?”
หรงปัวหันไปถลึงตามองต้วนหลิงเทียนด้วยโทสะ กล่าวถามออกมาอย่างเดือดดาล!
ทว่าต้วนหลิงเทียนกระทั่งชายตายังคร้านจะเหลือบแล ไหนเลยจะสนใจตอบมัน
“เอาล่ะๆ พอได้แล้ว อย่างไรก็กลุ่มเดียวกันจะกระด้างกระเดื่องกันทำอะไร…รีบไปกันต่อเถอะ หาไม่แล้วเกิดมีผู้อื่นพบเจอสถานที่แห่งนั้นก่อนขึ้นมา ทุกอย่างก็สายเกินไปพอดี…”
ตอนนี้เองหวังฉีพลันออกหน้ากล่าวอีกครั้ง เพื่อยุติเรื่องราว
จากนั้นตลอดการเดินทางเรื่องราวก็เงียบสงบดี…
ระหว่างทางต้วนหลิงเทียนยังได้รับทราบจากหลิ่วเสวียอีกว่า