ตลอดทางที่ผ่านมานางเอือมระอาทั้งรังเกียจสายตาแทะโลมอันหื่นกระหายของหรงปัวที่มองมาไม่เลิกแต่แรก ทว่าด้วยความที่หรงปัวจะอย่างไรก็เป็นครึ่งก้าวเซียนอมตะ เกิดอีกฝ่ายคิดชั่วลงมือก่อการอะไรนางก็ไร้หนทางต่อต้าน จึงได้แต่ถ้อยทีถ้อยอาศัยไปอย่างระวัง…
มาตอนนี้พอในกลุ่มมีครึ่งก้าวเซียนอมตะอย่างต้วนหลิงเทียนเพิ่มมาอีกคน นางก็ไม่คิดทนอีกต่อไป ไม่กริ่งเกรงอะไรหรงปัวอีก!
ต้วนหลิงเทียนเป็นดั่งบ่อเกิดความกล้าของนาง!
“อะไรเล่า…ข้าก็แค่หยอกๆเท่านั้น เจ้าต้องจริงจังขนาดนี้เลยหรือ?”
แม้ในแววตาของหรงปัวจะฉายชัดถึงโทสะหลังได้ยินคำของหลิ่วเสวีย หากแต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ได้ก่อการใด เพียงกล่าวออกมาเสียงอ่อน
ทว่ายามมองไปยังต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง ในแววตาเริ่มปรากฏเจตนาฆ่าฟันขึ้นมา ราวกับมันอยากจะฉีกร่างต้วนหลิงเทียนให้เป็นชิ้นๆนัก!
เห็นได้ชัดว่ามันเอาโทสะทั้งหมดไปลงที่ต้วนหลิงเทียน…
ก่อนที่ต้วนหลิงเทียนจะปรากฏตัวขึ้นมา ในกลุ่มเล็กๆกลุ่มนี้มันประหนึ่งจุดศูนย์กลางของจักรวาล!
หลิ่วเสวีย หวังฉี จางยี่ ได้แต่ทำตามใจมันไม่กล้าแข็งข้อต่อต้าน มันจะเยอะยังไงทุกคนก็ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทน!
ทว่าตอนนี้หลังต้วนหลิงเทียนปรากฏตัวขึ้นมา ตำแหน่งศูนย์กลางจักรวาลของมันก็ไม่มีอีกต่อไป! ทุกคนไม่ตามใจมันอีกแล้ว ถึงขั้นยังต่อต้านผลักไสมัน!!
ความแตกต่างขนาดนี้จะไม่ให้มันมีโมโหได้อย่างไรไหว!?