ทว่าต้วนหลิงเทียนก็พอมีความรู้เรื่องการจารึกอาคมและจัดตั้งค่ายกลไม่น้อย กอปรด้วยพลังที่มีทำให้เขาสามารถจัดการข่ายอาคมและค่ายกลเหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง ยังจัดการได้อย่างแยบคายจนกระทั่งกลุ่มที่นำเข้ามาไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาลอบสะกดรอยตามมาด้านหลัง…
คราวนี้พอมาได้ยินคำที่หลิ่วเสวียบอก เขาก็ตระหนักได้ทันที…
สถานที่ๆหลิ่วเสวียไปพบเจอมา ต้องมีของดีอะไรอยู่ในนั้นแน่!
ทำให้สถานที่แห่งนั้นกระตุ้นความสนใจต้วนหลิงเทียนไม่น้อย ยังอยากครอบครองอะไรก็ตามที่อยู่ในนั้น!
ทว่าด้วยความสามารถควบคุมอารมณ์ ความอยากได้อยากมีทั้งหมดก็ถูกสะกดไว้แทบจะทันที หาไม่แล้วคงยากจะหาสถานที่แห่งนั้นพบ…
เพราะหากเขาคิดจะเข้าไปยังสถานที่แห่งนั้น ก็ต้องเข้าร่วมกลุ่มเล็กๆของหลิ่วเสวียให้ได้ก่อน!
ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มเล็กๆที่มีไม่กี่คนกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะหลิ่วเสวีย หวังฉี หรือจางยี่ เขาก็ไม่ได้ขัดข้องใจอะไรกับทีท่าของทั้ง 3 จะมีก็แต่หรงปัวเท่านั้นที่ทำให้เขาไม่ค่อยชอบขี้หน้าสักเท่าไหร่…
“ดีเลยน้องหลิงเทียน!”
หวังฉีมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตายินดี พลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงชื่นชม “น้องหลิงเทียนหน้าตาเจ้านับว่าแลดูอ่อนเยาว์กว่าพวกเรานัก อีกทั้งยังมิได้มีกลิ่นอายของเซียนอมตะเสเพล ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเจ้าก็เหมือนพวกเราที่ยังมีอายุมิถึง 100ปี…แต่ที่ข้ามิอาจทราบได้จริงๆก็คือ ที่แท้น้องหลิงเทียนมีพลังฝึกปรือเท่าใดกันแน่”