เพราะเพลิงพลังทั่วร่างของต้วนหลิงเทียนมันระอุไปด้วยพลังเซียนอมตะต้นกำเนิด!!
“คะ…ครึ่งก้าวเซียนอมตะ!!”
หวังฉีอ้าปากค้างจนหมัดลอดเข้าออกได้ สีหน้ายังตกตะลึงค้างไปยากจะหายอยู่นาน แต่ในแววตาที่ใช้มองต้วนหลิงเทียนนอกจากความตื่นเต้นยินดีแล้ว ยังฉายถึงเค้าลางความเสียดายออกมาให้เห็น!
และเค้าลางความเสียดายที่ว่า เกิดจากเรื่องที่หลิ่วเสวียกล่าวบอกไว้ก่อนหน้าว่าจะละทิ้งหรงปัว!
เพราะถึงหรงปัวจะนิสัยไม่ดี แต่อย่างไรก็มีพลังฝึกปรือครึ่งก้าวเซียนอมตะ! หากอีกฝ่ายออกจากกลุ่มเล็กๆของพวกมันไปจริง ก็ย่อมนับว่าสูญเสียไม่น้อย
นี่จึงเป็นบ่อเกิดแรกของความเสียดายในแววตามัน
และมาตอนนี้เมื่อพบว่าต้วนหลิงเทียนเองก็เป็นครึ่งก้าวเซียนอมตะเช่นกัน จึงเป็นที่มาของบ่อเกิดความเสียดายที่สอง…
เสียครึ่งก้าวเซียนอมตะไปหนึ่ง แต่ได้รับครึ่งก้าวเซียนอมตะมาอีกหนึ่ง…
ยิ่งไปกว่านั้นครึ่งก้าวเซียนอมตะคนใหม่ผู้นี้ ยังแลดูอัธยาศัยดีน่าคบหามากกว่าหรงปัวไม่น้อย! หากไม่เกิดเรื่องใดขึ้นมิใช่ในกลุ่มจะมี 2 ครึ่งก้าวเซียนอมตะหรือไร? เช่นนั้นการเข้าไปยังสถานที่แห่งนั้นก็มีโอกาสเพิ่มมากกว่าเดิมหลายส่วนทีเดียว!
“ทะ…ท่านบรรลุถึงครึ่งก้าวเซียนอมตะแล้ว!?”
หลิ่วเสวียที่ตะลึงไปพักหนึ่ง พอดึงสติกลับมาก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกด้วยความตกใจ นางไม่คิดไม่ฝันเลยว่าคนที่นางพบเจอระหว่างทางโดยบังเอิญผู้นี้ มิคาดกลับเป็นถึงครึ่งก้าวเซียนอมตะ!