“นั่นกล่าวได้ว่าระดับพลังวิญญาณของอาวุโสก็สมควรรั้งอยู่ในขอบเขตครึ่งก้าวเซียนอมตะเช่นกัน…ในเมื่อระดับพลังวิญญาณมีเพียงเท่านี้ ไหนเลยจะมีพลังอำนาจจัดตั้งข่ายอาคมห้ามเซียนอมตะเสเพลได้? ท่านเองก็ทราบว่าเซียนอมตะเสเพลคือร่างพลังวิญญาณ และเมื่อระดับพลังเพิ่มพูนพลังวิญญาณไหนเลยจะไม่เพิ่มพูนตาม?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวเสริมออกมารวดเดียวจบ
และคำพูดของต้วนหลิงเทียนก็ทำให้ชิงหั่วเงียบไปพักหนึ่ง
ครู่ต่อมาสองตาชิงหั่วพลันทอประกายกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้ากล่าวเช่นนี้มิสู้ให้ข้าลองพิสูจน์ดู…หากทางเข้าแดนลับเซียนกระบี่ปิดกั้นผู้ที่ไม่ใช่เซียนอมตะเสเพลและมีอายุเกิน 100 ปีจริง เช่นนั้นเมื่อข้าเข้าใกล้ก็สมควรต้องมีพลังผลักไสบางประการ…”
กล่าวจบก็ไม่รอให้ต้วนหลิงเทียนและคนอื่นตอบสนองใด ชิงหั่วพลันเหินร่างเข้าหาทางเข้าแดนลับเซียนกระบี่ทันที
ในขณะที่ชิงหั่วเหินไปเจียนบรรลุถึงหลุมดำทะมึนกลางหาว และคิดจะหยุดร่างลงนั้นเอง
ปงงง!!
ปรากฏพลังลี้ลับขุมหนึ่งอยู่ๆก็ปะทุออกมาจากวังวนพลังที่หมุนคว้างรอบๆหลุมดำดังกล่าว มวลพลังกำจายออกมาเป็นวงอย่างแกร่งกร้าวก่อนที่จะกระแทกร่างชิงหั่วจนปลิวหงาย!
“อั๊ค!!”
ชิงหั่วที่ถูกกซัดจนหงาย ร่างก็ปลิวละลิ่วออกมาด้วยสภาพยักแย่ยักยัน โลหิตยังกระอักออกปากเป็นสาย!
สุดท้ายเมื่อขืนร่างให้หยุดกลางอากาศได้สำเร็จ ชิงหั่วก็ได้แต่มองไปยังทางเข้าแดนลับเซียนกระบี่ด้วยรอยยิ้มเหยเก