สองตาต้วนหลิงเทีนยิ่งมายิ่งเย็นลง “แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าปกติมันอยู่ที่ไหน?”
“หากคำนวณจากเวลา…กว่าที่หายนะทัณฑ์เซียนอมตะเสเพลรอบต่อไปของมันจะมาถึง ก็สมควรเหลือเวลาอีกราวๆ 100 กว่าปี ช่วงนี้หากมิเกิดเหตุผิดพลาดอันใด มันสมควรอยู่ในสถานที่บ่มเพาะของตัวเอง เพื่อเตรียมตัวเฝ้ารอหายนะรอบต่อไปที่จักฟาดลง…”
เฉินอี้หรูกล่าว “และสถานที่บ่มเพาะของมันก็บังเอิญตั้งอยู่ในภาคเหนือแห่งนี้อีกด้วย…”
“พาข้าไป!”
สองตาต้วนหลิงเทียนทอประกายเยียบเย็นอำมหิต
แต่ต้นจนจบต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเรื่องที่เฉินอี้หรูบอกว่าสถานที่บ่มเพาะของติงอี่เจียนอยู่ในภาคเหนือ เพราะเขารู้มาว่าปกติแล้วเซียนอมตะเสเพลไร้สังกัด ก็ชมชอบมาอาศัยอยู่กันในภาคเหนือ เพราะสถานที่แห่งนี้มันเปลี่ยวร้าง ไม่ค่อยมีผู้คนแวะเวียนสัญจร ดั่งจะตัดขาดจากโลกหล้า…
กระทั่งเนี่ยหวู่เทียน ยอดฝีมืออันดับ 1 ในรายนามยอดเซียน ก็อาศัยอยู่อย่างสันโดษในภาคเหนือก่อนที่จะขึ้นสู่ระนาบเทวโลก…
“ขอรับนายท่าน”
เฉินอี้หรูขานรับด้วยเคารพ
ขณะเดียวกันต้วนหลิงเทียนก็หันไปมองกล่าวกับผู้เฒ่าพยากรณ์ “อาจารย์ลุงพยากรณ์ ข้าคิดเข้าแดนลับเซียนกระบี่ที่ว่าหลังล้างแค้นให้สหายข้า!”
เขากับผู้เฒ่าพยากรณ์ได้นัดกันไว้แล้ว…
ว่าตราบใดที่ศิษย์ส่วนตัวของผู้เฒ่าพยากรณ์หรือผู้สืบทอดความลับสวรรค์ มู่อีอี กลับมาถึง ต้วนหลิงเทียนจะเปิดทางเข้าสู่แดนลับเซียนกระบี่ทันที…