หลังกล่าวจบหานเฉวี่ยไน่คล้ายสิ้นสูญเรี่ยวแรงทั้งมวล ร่างบางทรุดล้มลงกับพื้นทันที
“เฉวี่ยไน่!”
“เฉวี่ยไน่!”
เสียงอุทานของสตรีดังขึ้นสองสำเนียง ก่อนที่จะปรากฏร่างบางสองร่างวูบไปด้วยความเร็ว เร่งรับตัวและประคองหานเฉวี่ยไน่เอาไว้
สตรีทั้ง 2 นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเค่อเอ๋อกับเฟิ่งเทียนหวู่เอง
ตอนนี้ไม่เพียงแต่เค่อเอ๋อกับเฟิ่งเทียนหวู่จะอยู่ ต้วนหลิงเทียนเองก็ยืนอยู่ด้วย
แต่ต้นจนจบเขาฟังเรื่องราวจากปากของหานเฉวี่ยไน่อย่างเงียบงัน ก่อนจะไตร่ตรองเรื่องทั้งหมดอย่างละเอียด
“ในเมื่อเป็นฝีมือของเซียนอมตะเสเพล เช่นนั้นก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับลัทธิอารามทมิฬกับลัทธิชะตาฟ้า…”
หลังได้ยินหานเฉวี่ยไน่กล่าวจบ ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวสรุปออกมาเสียงหนัก
เพราะเขารู้ดีว่าในลัทธิอารามทมิฬ กับลัทธิชะตาฟ้านั้นไม่มีทางมีเซียนอมตะเสเพลเป็นของตัวเอง…
ขณะเดียวกันสองตาของต้วนหลิงเทียนก็เริ่มลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ ยังรุนแรงประหนึ่งจะแผดเผาสวรรค์ กัดฟันกล่าวออกมาอย่างยากลำบาก “และในเมื่อมันมาเพื่อหาตัวข้า…ก็เป็นได้แค่พวกมันเท่านั้น!”
“พวกมัน?”
ผู้เฒ่าพยากรณ์ที่ได้ยินร่างสะท้านขึ้นมาทันใด
“นายท่าน ใช่ท่านกำลังสงสัยว่าจักเป็นฝีมือของพวกเผ่ามังกรหรือไม่?”
เฉินอี้หรูที่ยืนอยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะกล่าวคาดเดาออกมาหลังได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน
“หึ! นอกจากพวกมัน…ยังมีใคร?!”