ขณะที่บดขยี้ป้ายหยกสื่อสารเพราะบันทึกข้อความเสร็จแล้ว ชิงหั่วก็อดกล่าวออกมาอย่างอับจนไม่ได้ “นอกจากนี้ข้ายังแจ้งผู้พิทักษ์หลิงเทียนไว้แล้วว่าพลังฝีมือของผู้มาเยือนสมควรร้ายกาจมิด้อยไปกว่าเซียนอมตะเสเพล 3 ทัณฑ์…อาจารย์จึงกล่าวย้ำไปว่าหากมิมั่นใจก็อย่าได้กลับมา”
ณ เขาลูกหนึ่งทางภาคเหนือที่หิมะตกตลอดทั้งปี
ในศาลาแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่กึ่งกลางขุนเขา ปรากฏร่างต้วนหลิงเทียนและเค่อเอ๋อยืนในศาลาชมมองฉากหิมะพร่างพรมร่วงฟ้าลงมาอย่างงดงามเบื้องหน้า
และมิใช่ว่าทั้งคู่จะชมทิวทัศน์อย่างเดียว ยังมองไปยัง 2 ร่างที่กำลังปาบอลหิมะกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางอากาศหนาวยะเยือก
“น้าเทียนหวู่ ท่านโดนข้าอีกลูกแล้ว! แต้มข้านำท่านแล้วนะ!!”
“ซือหลิงร้ายกาจไม่เบานี่นา แต่หากยังเดินมิทั่วเล้าไก่อย่าพึ่งนับไข่ในตะกร้า! ระวังให้ดีน้าจะเอาจริงแล้วนะ!”
“มาซี่ท่านน้าซือหลิงกลัวที่ไหนเล่า! บอลหิมะเหิน!!”
……
เสียงละเล่นอย่างสนุกสนานของทั้งคู่ดังเจื้อยแจ้วไม่หยุด เค่อเอ๋อกับต้วนหลิงเทียนอดชมดูเรื่องราวด้วยสายตาอ่อนโยนไม่ได้
“ซือหลิง…ดูท่าจักชอบน้องหญิงเทียนหวู่ยิ่ง”
เค่อเอ๋อกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“อื้อ”
ต้วนหลิงเทียนก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
ทว่าครู่ต่อมาคล้ายตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง รอยยิ้มบนใบหน้าต้วนหลิงเทียนพลันชะงักค้างทันใด คิ้วยังเริ่มขมวดย่นเป็นปม
วูบ!