“ท่านพ่อบอกข้าว่า…เมื่อไม่นานมานี้ มีคนกล้าปล่อยข่าวเรื่องเซียนอมตะเสเพลออกสู่สาธารณะ!”
ตี้เฉินกล่าวออกเสียงเบา
“อะไร!?”
ได้ยินคำของตี้เฉิน หวังชงกับหลี่ปิงย่อมตกใจไม่น้อย
“ผู้ใดมันกล้า!?”
“คนที่ปล่อยข่าวมันเบื่อชีวิตคิดหาที่ตายแล้วหรือไร หรือมันไม่รู้จริงๆว่าเผ่ามังกรกับเผ่าหงส์ฟ้าได้ออกประกาศิตเอาไว้ ว่าห้ามมิให้ผู้ใดเปิดเผยเรื่องเซียนอมตะเสเพลออกไปตามอำเภอใจ?”
หลี่ปิงกับหวังชงพอหายตะลึงก็อุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ
“ที่ข้าตามตัวพวกเจ้ามาก็เพราะเรื่องนี้…เจ้าทั้งสองจงออกจากเผ่ามังกรไปตามล่าหาตัวมาให้ได้ ว่าอ้ายอีหน้าไหนมันหาญกล้าขัดประกาศิตมังกรหงส์ฟ้าปล่อยข่าวเรื่องเซียนอมตะเสเพลออกมา”
ตี้เฉินกล่าวสืบต่อเสียงหนัก “หากพวกเจ้าหาตัวมันเจอและพบว่าอีกฝ่ายมีพลังฝีมือไม่ด้อยไปกว่าพวกเจ้าอย่าได้เข้าปะทะกับมัน ให้จับตามันไว้และรีบรายงานให้ข้าทราบ…ข้าจะออกไปจัดการมันด้วยตัวเอง!”
ท้ายประโยคเสียงกล่าวของตี้เฉินกลายเป็นเบาลง หากทว่าน้ำเสียงกลับเยียบเย็นนัก พาลให้หลี่ปิงกับหวังชงรู้สึกเสมือนฤดูหนาวมาเยือน
“ทราบแล้วใต้เท้า!”
แม้ตกอยู่ภายใต้จิตสังหารเยียบเย็นจนร่างหนักเหมือนมีตะกั่วลากถ่วง หลี่ปิงก็ตอบกลับไปเสียงฉะฉาน