และในความว่างเปล่าตรงหน้าปรากฏกู่เจิงตัวหนึ่งลอยค้างกลางอากาศ สองมือตี้เฉินก็กำลังดีดบรรเลงอย่างได้อารมณ์
เสียงกู่เจิงอันหนักแน่นหากแต่แฝงเร้นไปด้วยความเสรีล่องลอยดั่งใจโบยบินดังก้องไปทั่วทั้งขุนเขา พาลให้จิตใจทั้งคู่สงบลงอย่างประหลาด
ราวๆหนึ่งเค่อต่อมา ในที่สุดสำเนียงไพเราะก็หยุดลง
“พวกเจ้ามาแล้ว”
ตี้เฉินเงิยหน้าขึ้นมา ก่อนที่จะมองทักหลี่ปิงกับหวังชงด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“ผู้น้อยคารวะใต้เท้าตี้เฉิน”
ทันใดนั้นหลี่ปิงกับหวังชงก็ประสานมือโค้งคารวะตี้เฉินด้วยความนอบน้อมแลดูมากกเคารพถึงที่สุด
“ที่คราวนี้เข้าเรียกหาพวกเจ้ามา เพราะมีเรื่องบางประการคิดให้พวกเจ้าไปจัดการ…อีกทั้งนี่ยังเป็นเรื่องที่ท่านพ่อข้าสั่งมาอีกที”
ตี้เฉินแรกปริปากก็เปิดประตูเห็นภูผากล่าวเรื่องธุระออกมาทันที น้ำเสียงยังแปรเปลี่ยนจากสบายกลายเป็นจริงจึงขึ้นมาไม่น้อย
“ทะ…ท่านอาวุโสสูงสุด!?”
แทบจะพร้อมกันกับที่ตี้เฉินกล่าวจบคำ ลูกตาหลี่ปิงกับหวังชงก็หดเล็กลงทันที!