ส่วนจะเป็นใครนั้นเขาเองก็ยังบอกไม่ได้
‘จะว่าไปก็ไม่น่าจะใช่โม่เชวียนมหาปุโรหิตของลัทธิชะตาฟ้า…ถึงตอนนี้มันจะไม่พอใจกับคำแถลงของก่านหรูเยี่ยนเรื่องรอมชอมกับข้าแค่ไหน แต่มันก็ไม่มีวันกล้าบุกเข้ามาลัทธิบูชาไฟโง่ๆ!’
‘เพราะยังไงมันก็น่าจะเดาออกได้ไม่ยากว่าข้ายังอยู่ในลัทธิบูชาไฟ…’
‘เว้นแต่มันจะเบื่อชีวิตคิดอยากตายแล้วจริงๆ…ไม่งั้นมันไม่มีทางมาลัทธิบูชาไฟตอนนี้แน่’
ต้วนหลิงเทียนได้แต่ส่ายหัวไปมา เพราะผู้มายากจะเป็นหล่างเชียนจินกับโม่เชวียนไปได้…
‘แล้วถ้าหากไม่ใช่โม่เชวียนกับหล่างเชียนจิน…ที่มาจะเป็นใครได้อีก?’
ต้วนหลิงเทียนโค้งคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย หลังจากเคาะนิ้วกับโต๊ะหินอ่อนในลานไม่กี่ครั้ง ร่างเขาก็อันตรธานหายไป ราวกับไม่เคยนั่งอยู่ตรงนั้นมาก่อน
ส่วนอีกด้านนั้น…
เฟิ่งเทียนหวู่ที่กำลังจะเหินข้ามเขตแท่นบูชาจตุรลักษณ์และล่วงล้ำเข้าไปในเขตของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ อยู่ๆก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นในหู
“ไม่ทราบที่มาเป็นยอดคนท่านใด…”
เสียงนี้เรียกว่าอยู่ๆก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน หากแต่ทันทีที่ดังถึงหูเฟิ่งเทียนหวู่ ร่างบางก็สะท้านไปทันใดจากนั้นก็หยุดนิ่งลงกลางฟ้าหันหน้าไปมาราวกับจะหาว่าต้นตอของเสียงดังขึ้นจากที่ใด
เสียงนี้ช่างคุ้นหูนางนัก
จากนั้นภายใต้สายตาของเฟิ่งเทียนหวู่ ในความว่างเปล่าก็ปรากฏร่างหนึ่งที่วูบมาฉับไวดั่งเงาเลือน ไม่นานร่างที่ว่ายิ่งมาก็ยิ่งชัดเจนในสายตาของนาง